26
Nov-2016

ซอกแซกซาปา พิชิตฟานซิปัน

ซาปา


รีวิวซาปามีเยอะแล้ว แต่รีวิวนี้จะเน้นพิกัดจุดถ่ายนาขั้นบันได 
แถมด้วยแผนที่เส้นทางอย่างละเอียดยิบ 
 
เอนทรี่นี้จะไม่มีภาพนาขั้นบันไดสวยๆ  แต่จะเต็มไปด้วยภาพนาขั้นบันไดเหี่ยวๆ ที่เกี่ยวแล้ว … เหอะๆ 
และเพื่อนๆ จะได้ข้อมูลแผนที่เส้นทางที่เราเช่ามอไซค์ตะลอนไปในซาปา ออกไปนอกซาปา เลี้ยวไปเลี้ยวมา เพื่อตามล่าหาจุดถ่ายภาพที่ดีที่สุด
 
( สำหรับผม งานนี้มีซ่อมแน่นวล  เนื่องจากการเดินทางมาถึงของเราในครั้งนี้ มาถึงช้ากว่าคมเคียวที่เกี่ยวข้าวไปเพียงอาทิตย์กว่าๆ แสนเสียดาย )
 
แต่ก็ต้องมีข้อมูลมาฝากกันล่ะ  รีวิวนี้จะมากางเส้นทางล่าภาพนาขั้นบันไดให้ดู แผนที่แผนผัง ทั้ง 2D 3D จัดเต็ม พร้อมลิงค์แผนที่รูทขี่มอไซค์ซอกแซก ตามรอยกันได้ชัวร์ๆ ไม่มีหลง เซพแล้วแชร์วนไป ซอกแซกซาปา อีกหนึ่ง Dream destination ที่ต้องมาให้ได้สักครั้ง 

เมืองซาปา

พิกัด gps: N22.337932 E103.845547 ความสูงกลางเมืองวัดแถวๆ รอบทะเลสาบ สูงประมาณ 1490 เมตรจากระดับน้ำทะเล 

นี่คือภาพซาปาจุดปลายสำคัญของทริปนี้  ในทริป นอกจากซอกแซกหามุมถ่ายภาพนาขั้นบันไดแล้ว ก็มีขึ้นกระเช้าไปพิชิตยอดฟานซิปัน ยอดเขาที่สูงที่สุดในเวียดนาม และเดินทางไกลไปหมู่บ้าน  Y-Ty (ยีตี้) หมู่บ้านเล็กๆ ชายแดนติดเกือบติดมณฑลยูนนาน ถ้ายัดในกระทู้นี้ได้จะยัด ถ้ายืดยาวไปจะยกแยกไปโอกาสหน้า

 

//ภาพมุมสูงขึ้นไปยืนถ่ายลงมาจากจุดชมวิว Hamrong ภาพฝีมือเพื่อนร่วมทริป บอกเลยว่าผมพลาด มัวแต่แว๊นมอไซค์ซอกแซกไปเรื่อยไม่รู้ว่ามีมุมสูงสวยสวยแบบนี้

ซาปา

เอาล่ะ ขอเริ่มกันที่การเดินทาง

วิธีเดินทางไปซาปา
เราจะไปโดยการบินลัดฟ้า แต่ทางบกก็ไปได้นะครับ ใครชอบขับรถมันก็มีเส้นทางไทย ลาว เวียด ระยะทางถ้าขึงเส้นตรงระหว่างสนามบินดอนเมือง-สนามบินโหน่ยบ่ายของฮานอย ก็จะได้ระยะทาง 978 กิโลเมตร
การเดินทางในครั้งนี้ผมได้สปอนเซอร์จากสายการบินนกแอร์ www.nokair.com ภายใต้คอนเซ็บใหม่ Smiling Across Asia โดยเป็นการพาไป,จัดหาที่พัก,อาหารและมอเตอร์ไซค์ให้ นอกนั้นก็คือปล่อยเที่ยวอิสระ ตามใจฉัน อยากแว๊นไปไหนก็ไปเลยว่างั้น …. ชอบ
ดังนั้นขอเอ่ยถึงตารางบินของนกแอร์นะครับ
นกแอร์มีเพิ่งเปิดเส้นทางบนตรงไปลงฮานอย 
บินทุก จ พ ศ อา 
บินวันละ 2 ไฟล์ท เช้าไฟล์ท เย็นไฟล์ท
บิน 2 ชั่วโมงถึง

ซาปา

ตอนผมอยู่ซาปาแชทมาที่ไทยเค้าก็ถามว่าที่นั่นมืดยัง ดวงอาทิตย์ตกยัง ผมนี้ก็คิดว่า เอ๋! มันน่าจะมืดเร็วกว่าไทยนะ เพราะเวียดนามอยู่ไกลว่าไทยไปทางตะวันออกตั้งเยอะนิข้ามประเทศลาวมาอีกต่างหากนะ
พอตอนดวงอาทิตย์กำลังจะตกผมก็แชทบอกว่า เนี่ยๆ กำลังจะตกแล้ว ทางไทยก็บอกว่า เอ้อ กำลังจะตกเหมือนกัน เอ๊ะ ไหง งั้น ! ก็เลยเปิดดูแม๊ปให้เคลียร์ๆ อ๋อ ที่แท้ซาปาเนี่ยอยู่เส้นแวงเดียวกันกับหลายๆ จังหวัดอีสานเลยนะฮะ
ก็เป็นอันว่า การใช้โซนเวลาเดียวกันกับไทยนั้นเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ส่วนละติจูดก็อยู่ระดับเดียวกับเหนือสุดของลาว
โซนเวลา เวียดนามใช้เวลาเดียวกับ ไทย
อัตราแลกเปลี่ยน 1หมื่นดอง = 16 บาทโดยประมาณ เช็คอัตราแลกเปลี่ยนได้ที่นี่ http://th.exchange-rates.org/Rate/VND/THB
ซิมเนท ซื้อที่สนามบินได้เลย ผมใช้เครือ MEGANET เพื่อนว่าแรงสุด 200,000 ดอง (320บาท) ใช้ได้ประมาณ 7-8 GB 1 เดือน เนทที่เวียด แรง ครอบคลุมแทบทุกพื้นที่ ทุ่งนา ป่าเขา ระหว่างทางถนนคดเคี้ยวขึ้นเขาทางสายเปลี่ยว หรือหมู่บ้านชายแดนเนทแรงตลอด

ซาปา

จากฮานอย สู่ซาปา

จากโหน่ยบ่ายจะเดินทางต่อไปยังซาปาได้อย่างน้อย 2 วิธี

1. รถบัสนอน มีทั้งเที่ยวกลางวันกลางคืน

2. รถไฟตู้นอน ออก 21.00 จากสถานีในฮานอย ไปลงหล่าวก่ายแล้วหารถบัสเข้าซาปาอีกต่อ

//สำหรับผม เนื่องจากเดินทางมาเป็นกรุ๊ปมากับคณะ Fam Trip จึงไม่ได้เดินทางด้วยวิธีที่ 1 กับ 2 เราเหมารถกันมา

ระยะทาง สนามบินโหน่ยบ่าย สู่เมืองซาปา ระยะทางทั้งสิ้น 296 กิโลเมตร (เราเลี้ยวเข้าไปกินข้าวนิดหน่อยในตัวจังหวัดหล่าวกาย (tp. Lao Cai)

โดยจะอยู่บนทางด่วน Noi Bai – Lao Cai ทางด่วนที่ยาวที่สุดของเวียดนาม ที่มีความยาวทั้งสิ้น 244 กิโลเมตร เพิ่งเปิดใช้ได้สองปีเปิดไล่ๆกับเทอร์มินอลใหม่ของโหน่ยบ่าย เวียดนามชั่วโมงนี้เดินหน้าเต็มตัวสู่เมืองท่องเที่ยวแล้ว  ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง ( ที่นี่รถจำกัดความเร็ว )

ซาปา

ออกจากสนามบินมาได้ ประมาณ 60โล หรือชั่วโมงนึง จะมีจุดพักรถ เข้าห้องน้ำ ของกินนิดหน่อย จัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยเลย เพราะคุณอาจจะไม่เจอที่แวะได้แบบนี้อีกตลอดทางจนกว่าจะออกจากระบบทางด่วน ซึ่งนั่นก็อีกกว่าสามชั่วโมง หรือจนกว่าจะใกล้ๆถึงตัวจังหวัดหล่ายกายนั่นเอง
วิวระหว่างอยู่บนระบบทางด่วน เส้นทางส่วนใหญ่ทอดไปในที่ลุ่มแคบขนานไปทางสายแม่น้ำแดง ยิ่งไกลออกไปเรื่อยๆ ภูเขาสองฝั่งยิ่งใกล้เข้ามาและสูงใหญ่ขึ้น สวยงาม

ซาปา

4 ชั่วโมงบนทางด่วน กับความเร็วเฉลี่ยที่ผมจับจากอุปกรณ์จีพีเอสของผมคือ 61km/h ทั้งที่ทางโล่งมากๆ นี่ถ้าถนนเส้นนี้อยู่ในบ้านเรา คงใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่าเต็มที่สองชั่วโมง

พวกเราเลี้ยวเข้าไปกินข้าวในตัวจังหวัดก่อน จากนั้นก็เริ่มต้นเส้นทางข้ามเขาสู่เมืองเล็กๆ กลางหุบเขา ซาปา ตัวซาปาห่างจากตัวหล่ายกายเพียงสามสิบกว่ากิโล
แต่ความเร็วเฉลี่ยที่ทำได้ ตกลงไปอยู่ที่ 28 km/h ลดฮวบเพราะสภาพเส้นทางแคบลง เป็นแค่เลนสวน ขึ้นเขาหักศอก โค้งเยอะ และรถบรรทุกก็เยอะ ใช้เวลาบนเส้นทางนี้ไปอีกชั่วโมงเศษ

ถึงซาปาเอาเกือบสี่โมงเย็น หมดวันพอดี

ซาปา

ถึงแล้ว

ขอต้อนรับสู่ 
เมืองซาปา

เมืองสงบบนหุบเขาสูง

ซาปา

สำหรับวันแรกที่มาถึง เราใช้เวลาที่เหลือก่อนมืดเดินเล่นชมบรรยากาศในเมือง คนเยอะ มอไซค์เยอะ รถราเยอะ พื้นราบน้อย บ้านเมืองปลูกสูงๆ ต่ำๆ ลดหลั่นไปตามภูมิประเทศที่เป็นภูเขาโอบล้อม สวยดี ซาปาเคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส บ้านเรือนมองๆไป เลยคล้ายๆเรากับเดินอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ในยุโรป ที่คนเยอะและมีชาวเขาใส่ชุดประจำชาติพันธุ์เดินไปเดินมา นั่งขายของ เมืองมีฝุ่นเยอะหน่อย กับมีหมวกเวียดนามแหลมๆ ที่ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้อยู่ในยุโรป

ซาปา

กลางเมืองมีทะเลสาบขุด กลายเป็นแลนด์มาร์คที่สวยงาม มีสวนสาธารณะ  ซาปาเมืองน้อยๆ นี่ก็ยังมีลานกิจกรรมกลางแจ้งที่พักผ่อนหย่อนใจของคนที่นี่ คล้ายๆ กับที่มักจะมีตามเมืองต่างๆ ของเวียดนาม ที่ที่ไม่มีแม่ค้ามาตั้งของขายเกะกะ พักผ่อนทำกิจกรรมได้เต็มที่

ซาปา

ข้างๆ ลานกิจกรรมก็เป็นโบสถ์ ก่อขึ้นด้วยหินบล็อกสี่เหลี่ยมๆ แบบนี้ บางคนเรียกโบสถ์หลังนี้ว่า

Stone Church

ซาปา

เมืองซาปาชาวเขาเยอะนะครับ 15%เป็นคนเวียด 52%เป็นคนม้ง ที่เหลือก็ผสมๆ ชาติพันธุ์อื่นอีกนิดๆ หน่อยๆ

จากนั้น เราก็เดินไปกันต่อ ในกลุ่มเรามีเพื่อนบางคนเคยมาแล้วก็เลยนำทางมาหาจุดที่พอจะถ่ายแสงเย็นได้ เป็นจุดชมวิวด้วย ระยะทางก็ไม่ไกล เดินนับจากแถวทะเลสาบมาไม่ถึงหนึ่งกิโล

Cafe In The Clouds

ร้านกาแฟมุมเด็ด ริมผาและมองเห็นเทือกเขาฟานซิปันอยู่ฝั่งตรงข้าม พิกัดร้าน https://goo.gl/o2HPb3

ซาปา

นี่ครับ มุมมองจากบนร้านกาแฟ อุดหนุนเครื่องดื่มเค้าหน่อยแล้วก็ถ่ายภาพกันได้เลย

ซาปา

แผนผังเส้นทางที่เราเดินในเมือง ยอมรับว่าไม่ได้เดินสำรวจอะไรมากกว่านี้ครับ สำหรับการมาครั้งแรกและเย็นวันแรก เรามีเวลาไม่มากจริงๆ

ซาปา

Sa Pa LAKE

เดินย้อนกลับมาทะเลสาบเก็บแสงสุดท้าย และลาวันแรกไปด้วยภาพนี้ หลังจากนั้นฟ้ามืดกิจกรรมที่เหลือก็เป็นกินข้าวแล้วก็เดินช็อบปิ้ง

เมืองนี้สวรรค์ของนักช็อปสินค้าแบรนด์ North Face เวียดนามเลย ทั้งเสื้อกันหนาว กางเกง เป้ เพียบ

ซาปา

 

Good Morning Day2
เตรียมตัว ซอกแซกซาปา

ซาปา

กลับมายังร้าน Cafe In The Clouds

พวกเรานัดให้เตรียมรถมอไซค์ไว้ให้เราที่นี่ นัดไว้ตั้งแต่ตีห้าครึ่ง กะแว๊นกันตั้งแต่ฟ้ามืดเลยทีเดียว

ซาปา

เกิดความล่าช้านิดหน่อย มอไซค์ไม่มาตามนัด เลทไปจนกระทั่งหกโมงเศษ

 
 

พร้อมแล้ว ลุย 

ซาปา

ออกจากจุดสต๊าทเราก็ลงเนินแล้วทิ้งโค้งสับฟันปลาซ้าย ลดระดับลงเลาะหน้าผามุ่งหน้าทิศตะวันออก เฉียงใต้อ่อนๆ ทางผิวคอนกรีตมาได้โลเดียวก็กลายเป็นสภาพแบบที่เห็น

เราทิ้งเมืองซาปาไว้ด้านหลัง ห่างออกไปเรื่อยๆ ขี่ไปได้  2.5 กิโลทางจะโค้งขวาลาดลงเขา เส้นทางดูเหมือนจะพาเราลงไปในหุบเรื่อยง
แตะเบรคลงเนินไปได้ 300 เมตรมองไปทางขวามือจะเป็นมุมมองย้อนกลับไปหาเมืองซาปา จอดเก็บภาพเมืองซาปาในมุมไกลได้ครับ
ย้อนกลับไปอธิบายแผนที่นิดนึง
ตรงที่โค้งหักศอกสับฟันปลาลงมาจาก Cafe in the Clouds นั้นถ้าขับตรงไปทางจะลงเขาไปหมู่บ้านกั๊ตกั๊ต Cat Cat village
หมู่บ้านที่นักท่องเที่ยวนิยมไปแวะอีกที่นึง ระยะทางถึงหมู่บ้านเพียงกิโลเมตรเศษๆ แต่พวกเราไม่ได้ไป

ซาปา

 

ซาปาเป็นเหมือนตั้งอยู่สุดขอบหน้าผา
หลังจากเมื่อวานนี้ที่เราออกจากตัวเมืองหล่าวกายแล้วทางก็ขึ้นเขามาเรื่อยๆ มาสุดที่ซาปา เลยไปกว่านี้ก็จะเป็นหุบเขากั้นขวางระหว่างซาปากับเทือกเขาฟานซิปันทางซ้ายมือ
ตอนนี้เราเริ่มเห็นนาขั้นบันไดสวยงามละ รอเพียงแดด อาทิตย์ขึ้นเกือบชั่วโมงแล้วฟ้ายังปิด

ซาปา

ใครจะเปิดแผนที่ตามไปเลยหรือเซพแผนที่ไว้เลยก็ได้นะครับ ลิงค์แผนที่ Google Maps เส้นทางซอกแซก

https://goo.gl/OknW1u

ซาปา

ซอกแซกไปเรื่อยนะครับ การจอดถ่ายก็เป็นไปโดยอิสระ แค่ให้สัญญาณแตรบอกว่าฉันจอดถ่ายนะ แต่เอาเข้าจริงก็ตามคันหน้าสุด จอดเมื่อไหร่ก็จอดตามกันหมดไม่มีใครอยากพลาดมุม

ซาปา

พอขี่ทำระยะมาถึง 3.5 กิโลครับ เลี้ยวขวาหักซอกกลับแยกลงเขาไปอีก ทางลาดชันลงไปเรื่อยๆ ลงไปประมาณโลนึงครับ จะเป็นมุมถ่ายพานอสวยๆ

ซาปา

นี่ครับ มุมถ่ายพานอนาขั้นบันได มองเห็นยอดฟานซิปันเป็นฉากหลัง ส่วนฉากหน้าก็มีลำธารไหลผ่าน
ซาปา

ระหว่างจอดถ่ายแต่ละที่ก็อาจจะเจอชาวม้งดำโผล่ขึ้นมาจ๊ะเอ๋ แล้วก็มาชวนให้ซื้อของนะครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นสร้อยถัก กำไลถัก

ผมก็ซื้อติดมือมาเส้นสองเส้นให้เค้าผูกข้อมือให้เลย สองเส้นห้าสิบดองแล้วก็ขอถ่ายรูปด้วยเลย

ซาปา

ค่อยๆ ขี่ ค่อยๆ มองหามุม จอดถ่ายกันไป สำหรับผมชอบมาหามุมเจาะๆ ถ้าไม่ถ่ายกว้างๆ ก็เล่นแคบๆ ไปเลย เทเลที่ไว้ใช้เจาะมุมก็เป็น  400mm. ผมว่าอย่างน้อยต้องพก 200มิลขึ้นไปถึงจะเจาะมันส์ครับ

ซาปา

เสียดายมาก ทริปนี้เรามาช้าไปนิด ข้าวเพิ่งจะเกี่ยวเสร็จกันไป ไม่อย่างงั้นอลังแน่ๆ  เสียดายที่สองคือ แดดกรูไปหนายยยย

ซาปา

ซาปา

ถ่ายไปก็กินยาทัมใจไปนะครัช ฝากเพื่อนๆ ชาวบลูใครมีโอกาสไปช่วยไปล้างตาให้ดี

ซาปา

ไหนๆ ก็ติดเลนส์ 400มม. อยู่บนกล้องแล้วเลยลองส่องย้อนกลับไปทางเมืองซาปา มองเห็นกระเช้าขึ้นฟานซิปันจากตรงนี้ชัดเจนดี

ระยะทางถ้าวัดเส้นตรงจากตรงนี้ไปถึงจุดนั้นก็ประมาณ 4 กิโลเมตร
บ่ายนี้หลักจากแว๊นซอกแซกซาปาแล้วเราจะไปขึ้นกระเช้ากัน

ซาปา

ขวามือยังคงเป็นร่องเขา เหวนั่นแหละ ตรงนี้มองลงไปเห็นน้ำตกน้อยๆ ทางมุมขวา เห็นสะพานแขวนทางมุมซ้าย ดูจากแม๊ปแล้วภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อก่อนมันเป็นเขื่อน มีสันเขื่อน

เขื่อนหายไปแล้ว สันเขื่อนก็หายกลายเป็นสะพานแขวนแทน เค้าคงกำลังจะทำอะไรสักอย่าง สะพานนั่นคงสร้างขึ้นใช้สันจรทดแทนสันเขื่อน

ซาปา

ซูมๆ ไปดูน้ำตก ถ้ามาหน้าน้ำคงเป็นน้ำตกที่สวย และเมื่อก่อนคงจมอยู่ในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน

ซาปา

ไปกันต่อครับ เส้นทางซิกแซกลาดชันสับฟันปาลงไปทิศทางมุ่งเข้าหาสะพานแขวนนั่น

ซาปา

ป่าไม้ที่สมบูรณ์พอเห็นทั่วไป

ตอนแรกนึกว่าเราจะต้องขับข้ามสะพานนี่ แต่พอดิ่งลงมาถึงคอสะพานเราก็หักซ้ายเต็มกำลัง ทิ้งสะพานไว้เบื้องหลังแล้วดิ่งลงไปต่อ เส้นทางช่วงนี้หวาดเสียวนิดหน่อย

ซาปา

มาถึง ณ ใกล้ๆ ก้นหุบ หรือก้นร่องเขาละ สะพานนี่ไม่ได้สร้างข้ามลำน้ำ แต่สร้างเชื่อมเส้นทางให้ตัดตรงไม่ต้องขึ้นๆ ลงๆ

แหล่งทำนาขั้นบันไดที่ซาปาเท่าที่เห็นก็คือทำการระหว่างสองฟากฝั่งลาดเชิงเขาสูงนี่แหละ

ซาปา

ลงมาถึงที่ราบร่องเขาแล้วครับ มีลำธารไหลผ่าน หน้าน้ำคงน้ำเยอะ และคงสวยมากๆ

ซาปา

มุมเจาะๆ 400mm. ทำงานไปเรื่อยๆ

ซาปา

มาดูภาพรวมๆ เส้นทางซอกแซกที่วิ่งยาวมาจาก Cafe in the clouds สับฟันปลาวกกลับแล้วทางก็ลาดลงหุบเขาไปเรื่อยๆ เลี้ยวโค้งวกต่ำลงไปๆ ตามท้องเรื่องตอนนี้เราไปถึงจุดที่ชื่อว่า

Lao Chai Village (Black Hmong) นั่นคือปากทางเข้าหมู่บ้านหล่าวไซ หรือหมู่บ้านม้งดำ เส้นปะแดงๆ คือทางในหมู่บ้านที่จะพาไปทะลุอีกหมู่บ้านนึงคือ ตาฟาน (Ta Van Village)

เราไม่ได้ขี่เข้าไปในเส้นปะแดงนี้เพราะว่าสะพานปิดซ่อม จากนั้นก็ขี่ต่อขึ้นเขาไปทางซ้ายแล้วก็เลยไกลไปตีวงย้อนกลับมาทางปากทางเข้าตาฟานแล้วก็ตรงกลับมาซาปา

ซาปา

ระยะทางซอกแซกทั้งหมดตามเส้นสีฟ้า ระยะทางรวมกว่าสามสิบกิโล ใครสนใจโหลดรูทไว้ตามรอยได้ ให้ลิงค์อีกที https://goo.gl/OknW1u

ซาปา

นี่ครับ สะพานเข้าหมู่บ้านม้งดำที่ปิดซ่อม ก็จอดมอไซค์ทิ้งไว้แล้วข้ามไปหาข้าวเช้ากินกัน ร้านอยู่หลังที่สองถัดจากสะพาน

ซาปา

ร้านอาหารที่เราจะเข้าไปกิน มีมุมกาแฟด้วย หลังร้านเป็นบ่อก่อ เลี้ยงปลาไว้เสริฟเป็นเมนู มี free wifi ด้วย และอย่างที่บอกตอนต้น สัญญาณเนทที่เวียดดูเหมือนจะครอบคลุมทุกพื้นที่

และแรงสะใจ

ซาปา

ขี่มอไซค์มาถึงร้านนี้ก็รวมระยะทางได้ 8 กิโลพอดี ร้านอาหารสไตล์นาขั้นบันไดวิว กินไปชมวิวนาไปเพลินๆ

ซาปา

ร้านของชำตรงข้ามร้านที่เรานั่งกิน

ซาปา

ได้เวลาซอกแซกกันต่อ ตอนนี้เราก็ขี่มอไซค์ใช้เส้นทางซิกแซกขึ้นเขามาเดินทางต่อบนเส้นทางที่อยู่คนละฟากกับฝั่งหมู่บ้าน

ซาปา

เส้นทาง 1.2 โลซิกแซกขึ้นเขา มาบรรจบถนนใหญ่ ถ้าเลี้ยวซ้ายก็จะย้อนกลับเข้าเมืองซาปาในระยะทางเพียง 5 กิโลกว่าๆ เราจะเลี้ยวขวาเพื่อซอกแซกกันต่อไป การขับรถในเวียดนาม

เราต้องขับชิดเลนขวา สลับกับบ้านเรา ผมเองเผลอเรอหลายครั้ง เส้นทางเมื่อตอนเช้าเป็นเส้นที่เหมือนจะไม่มีรถยนต์เลย มันเป็นทางของมอไซค์โดยแท้ คนที่นี่ต่างก็ใช้มอไซค์กันเป็นหลัก
แม้กระทั่งใช้ลากซุง ท่อนไม้ใหญ่ๆ หรือบรรทุกขึ้นหลังมอไซค์เลย หลายครั้งมอไซค์ที่แล่นสวนมาทำหน้าเหลิกหลั่ก ทำให้ผมรู้ตัวทันทีว่า ฉิบหายตรูขับผิดเลนอีกแล้ว ยกมือยกไม้ขอโทษกันไป

คนเวียดนามที่นี่ใจเย็น รักสงบ และมีน้ำใจ

เลี้ยวขวามาได้ 600  เมตรเราเจอกับร้านกาแฟครับ ดูไม่ออกถ้าไม่เห็นป้าย ก็เลี้ยวเข้าไปชมหน่อย เผื่อเจอไรดี เป็นร้านที่บรรยากาศเหมือนจะเป็นที่พักเล็กๆ ด้วย มีบ่อน้ำตรงนี้ และมีแปลงดอกไม้เล็กๆ ให้ถ่ายรูป

วิวตรงนี้มองย้อนกลับไปยังหมู่บ้านม้งดำที่เราแวะกินก๋วยเตี๋ยว
ซาปา

ออกจากร้านมา ยังมีมุมถ่ายสวยๆ ของนาขั้นบันไดที่เหลืองอ๋อยไร้ต้นข่าว แต่แลนด์เสครปโอเคเลย สวย

ขี่ต่อไปอีกกิโลนึงจากร้านกาแฟ แล้วเราก็มาเจอกับ

หลักกิโล SA PA กม.7
แวะทันใดครับ นี่เป็นหลักกิโลแรกที่เราเห็น และดูเหมือนผมไม่เห็นหลักกิโลอื่นอีกเลยถ้ามันมีอยู่นะ ดังนั้น เจอเมื่อไหร่ถ่ายเมื่อนั้น เก๋ๆ เท่ๆ กันไป เพื่อนบางคนของผมชอบสะสมภาพหลักกิโลด้วย

มันประหยัดกว่าซื้อแม็กเนทติดตู้เย็น อีกอย่างกว่าเราจะรู้ว่าควรซื้อแม็กเนทเราก็เที่ยวลุยไปหลายที่แบบหาโอกาสย้อนกลับไปซื้อแม็กเนทไม่ได้อีกแล้ว

ซาปา

เราแว๊นมาเรื่อยจนถึงปากทางอีกฝั่งครับ นี่คือฝั่งทางเข้าหมู่บ้านตาฟาน ซึ่งหากเข้าไปก็จะไปทะลุออกม้งดำตรงที่เรากินก๋วยเตี๋ยวได้ ในระยะทางสองกิโลเมตรกว่าๆ

ซาปา

ทุกบ้านมีน้ำดื่มสะอาดนะครับ บางทีมันอาจจะเป็นน้ำประปาก็ได้ เห็นแท๊งค์ตั้งอยู่แทบทุกบ้าน

ซาปา

เก็บวิวไปเรื่อย

ซาปา

แล้วก็ได้เวลาแว๊นกลับซาปาครับ เพราะบ่ายนี้เป้าหมายต่อไปของเราคือนั่งกระเช้าขึ้นยอดฟานซิปัน ขากลับเราใช้เส้นทางไม่ได้ย้อนทางเก่าไปซะหมด คือขับย้อนกลับ ผ่านหลักกม.7

ผ่านร้านกาแฟ ไปถึงทางที่ขึ้นมาจากม้งดำเราก็ตรงต่อไปเลย ยึดถนนใหญ่มุ่งสู่ซาปา
จากปากทางที่จะเลี้ยวซ้ายลงม้งดำ ขับตรงมาอีกเพียงครึ่งกิโลเมตรจะเจอลานชมวิว จริงๆ แล้วบนทางหลักนี่มีลานชมวิวกระจายอยู่หลายจุดมากนะครับ ถ้าไม่ต้องการใช้เส้นทางซอกแซกแบบเรา
ก็สามารถใช้เส้นทางหลักซาปา-ตาฟาน แล้วจอดถ่ายภาพตามลานชมวิวก็สะดวกดี ลานแต่ละลานกว้างใหญ่จุคนได้เป็นร้อย สร้างเหมือนเป็นดาดฟ้ามีระเบียง ยื่นล้ำออกไปนอกถนน

ซาปา

สองภาพนี้ บน ล่าง ยืนถ่ายจากลานชมวิว

ซาปา

นี่ครับ ยืนถ่ายจากตรงนี้

ซาปา

ได้เวลาบอกลานาขั้นบันได ไปล่ะนะ บรื๋นๆ จนกว่าจะพบกันใหม่

ซาปา

พิชิตยอดฟานซิปัน
ตัดฉับมาที่นี่เลย ปิดท้ายกระทู้ด้วยการขึ้นยอดฟานซิปัน

มาซาปาแล้วไม่ขึ้นฟานซิปันเหมือนมาไม่ถึงนะครับ แม้การขึ้นด้วยกระเช้าจะทำให้ความท้าทายหมดไป แต่ใครที่อยากจะเลือกเส้นทางเดินเท้าก็มีนะครับ ลองวางแผนกันดู

ภาพนี้ปากทางเข้าสู่อาคารจุดขึ้นกระเช้า ตรงนี้ห่างจากตัวเมืองซาปามาเพียงสามกิโลเมตรกว่าๆ

ฟานซิปัน

ซื้อตั๋วแล้วก็มาเตรียมตัวขึ้นครับ สนนราคาก็ถือว่าแพงหน่อย เทียบเป็นเงินไทยก็หัวละ 6แสนดองไปกลับ (เกือบพันบาท) หมอกหนาซะเหมือนกำลังจะดำดิ่งสู่ดินแดนลึกลับ ตรงสถานีฐานนี้สูงจากระดับน้ำทะเล 1640 เมตร

ฟานซิปัน

ไปล่ะน้าาาา วู้ มุมมองย้อนกลับไปสถานีฐาน

มองลงไปข้างล่าง ถนนข้างล่างนั่นขวามือจะพากลับไปยัง Cat Cat และ Sa Pa  เห็นหลังคาแดงๆ คร่อมถนนอยู่ นั้นคือบริเวณที่ถนนลอดใต้แนวกระเช้า คงทำไว้ป้องกันของที่คนเผลอทำร่วงจากกระเช้า
ดังนั้นถือกล้องหรือมือถือของคุณดีดีนะครัช อย่าให้ร่วงหล่นลงไป  คือในกระเช้าจะมีช่องระบายอากาศเป็นแนวยาวเหนือศีรษะโดยรอบ ถ้าไม่อยากถ่ายภาพผ่านกระจกก็สามารถลุกขึ้น

ยืนบนเบาะ ยื่นมือขึ้นไปเอากล้องโผล่ออกไปช่องนั้น จัดกล้องให้มั่นๆ แล้วก็ถ่าย

ฟานซิปัน

แผนที่ 3D ครับ ระยะทางกระเช้าที่ยาวกว่า 6 กิโลเมตร ยาวกว่าขับรถกลับซาปาอีก เปลี่ยนระดับจาก 1640 เมตรที่สถานีฐาน สู่ 3013 เมตรที่สถานีปลายทาง

ฟานซิปัน

มุมมอง top view แบบ terrain อีกภาพ

ฟานซิปัน

เมืองซาปา มองจากบนกระเช้า

ฟานซิปัน

ขี่กระเช้าทะลุเมฆกัน

6 กิโลเมตร กับระยะเวลาประมาณ 20 นาที เราก็มาถึงฐานปลายทาง และนี่คือ

ประตูสู่เส้นทางเดินเท้าขึ้นพิชิตยอด
เราต้องเดินขึ้นบันไดกันไปอีกหน่อยครับ กี่ร้อยขั้นผมไม่ได้นับ

เดินไปพักไป ระยะทางก็ประมาณสามร้อยกว่าเมตร

ฟานซิปัน

มุมมองย้อนกลับ มองกลับไปยังทางที่ขึ้นมา หอบแฮกๆ มองเห็นสลิงกระเช้าที่รอกทะลุเมฆขึ้นมาจากด้านขวาของภาพ

บนนี้กำลังก่อสร้างนั่นนี่ขนานใหญ่ รวมทั้งกำลังสร้างองค์เจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ยักษ์ด้วย สังเกตจากฐานดอกบัวผมเลยเดาว่าต้องเป็นเจ้าแม่กวนอิมนะครับ

ฟานซิปัน

เมฆกลบเป็นระยะ ฟ้าปิดสลับฟ้าเปิด ลุ้นกันว่าเด๋วขึ้นไปถึงยอดจะมองเห็นอะไรหรือเปล่า ว่ากันว่าส่วนใหญ่ขึ้นไปถึงแล้วก็มองไม่เห็นอะไรซะมากกว่า

ถึงแล้วยอดฟานซิปัน

3,143 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
นี่คือจุดสูงสุดของเวียดนาม และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในคาบสมุทรอินโดจีนด้วย (ไม่นับยอดเขาในพม่า!) วิกิเค้าว่าไว้อย่างนั้น

ฟานซิปัน

เหล่าผู้ฝ่าบันไดนับร้อยๆ ขั้น ยาวกว่า 450 เมตรขึ้นมาพิชิตยอดฟานซิปันในครั้งนี้ ชื่นมื่นกันเป็นแถบๆ

แม้จะโชคไม่ดีนักกับนาขั้นบันไดที่ลงเคียวเกี่ยวไปแล้วเรียบวุธ แต่ถือว่าโชคดีสุดๆ กับยอดฟานซิปันที่ฟ้าเปิด

ฟานซิปัน ฟ้าเปิด!

มันเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นไม่ง่าย ที่ฟ้าจะเปิดให้เห็นวิวบนรอบๆ บนยอดเขานี้

ฟานซิปัน

เปิดกันสุดๆ

ฟานซิปัน

เปิดกันนานๆ เก็บเกี่ยวภาพประทับใจกันไป

ฟานซิปัน

ลาไปด้วยภาพนี้ แล้วเราจะกลับมาใหม่ กลับมาในวันที่ท้องทุ่งนาขั้นบันไดเขียวขจี

ซาปา

ขอบคุณสายการบินนกแอร์  Nokair.com สนับสนุนการเดินทางทั้งหมดในครั้งนี้ และเป็นการเดินทางอย่างค่อนข้างจะอิสระเสรีสนอง need ตัวเองมั่กๆ ชอบ

ขอบคุณทีมงาน และเพื่อนร่วมทริปทุกท่าน
และขอบคุณผู้อ่าน ขอบคุณทุกคอมเมนท์และทุกไลค์ทุกแชร์ นะครับ
การเดินทางต่อจากที่ลงจากฟานซิปัน พวกเราเหล่านักซอกแซกซาปาก็แยกตัวออกจากกลุ่มใหญ่เดินทางเป็นกลุ่มเล็กๆ ต่อไปยังชายแดนเวียดนาม
หมู่บ้านเล็กๆ ตอนบนเหนือสุดเกือบติดมณฑลยูนนาน ที่ที่ยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวไปถึง หมู่บ้านนาม Y-Ty ( ยีตี้ ) มีโอกาสจะมาถ่ายทอดเรื่องราวครับว่าไปเจออะไรกันที่นั่นมาบ้าง การเดินทางมาสัมผัสภาคเหนือของเวียดนามในครั้งนี้เป็นประสบการณ์ใหม่ประทับใจกับภูมิประเทศ วิถีชีวิต และวัฒนธรรม เวียดนามเหนือดูมีมนต์เสน่ห์ของขุนเขา ยอดเขาที่สูงกว่าดอยอินทนนท์มีเต็มไปหมด ซาปายังเคยมีหิมะตกด้วย และดินแดนแห่งนี้ยังมีพรหมแดนติดมณฑลยูนนานของจีน ซึ่งเมื่อสำรวจดูจากภาพถ่ายดาวเทียมแล้วผมมั่นใจว่ามีความสวยงามของแลนด์สเครปซ่อนตัวอยู่อีกมากๆ

0

 likes / 0 Comments
Share this post:

Comments are closed.

Archives

> <
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec