01
Oct-2016

10 ปากเล่าไม่เท่าไปเอง เขาหลวงสุโขทัย ไปมาแล้ว

เขาหลวงสุโขทัย

รีวิวเขาหลวงมีเยอะแล้ว แต่รีวิวเขาหลวงอันนี้มีแผนที่เยอะสุด
จัดแผนที่มาให้ดูกันเต็มๆ ทั้ง 2D 3D เอากันให้เห็นๆ ภูมิประเทศแวดล้อมของเทรลเดิน พร้อมข้อมูลการเดินทางให้ตามรอย
ผสมๆ สตอรี่ สำหรับคนชื่นชอบการเดินทางผ่านตัวอักษร และจขกท.เขียนไว้ย้อนกลับมาอ่านเองในวันที่คิดถึงด้วย

10 ปากเล่าไม่เท่าไปเอง เขาหลวงสุโขทัย 

ฝนกระหน่ำ ซัดเสียจนคืนงานฉลองคริสมาสของเรามีอันต้องล่มทั้งที่ของขวัญชิ้นแรกเพิ่งจะถูกแจก  รางวัลตุ๊กตาหมีก็เลยกลายเป็นเจ้าหมีเปียกปอน เพิงกันน้ำค้างกลายเป็นเพิงผจญน้ำฝน  สองสามคนในกลุ่มต้องเสียสละตัวเองไปยืนอารักขาเพิง คอยไล่น้ำที่ขังเป็นแอ่งบนฟลายชีตก่อนที่มันจะถล่ม  เด๋วๆๆ นี่มันทริปหน้าหนาวนะ!

เขาหลวงสุโขทัย ในหน้าหนาวที่เจอฝน

ผมขึ้นเขาหลวงรอบนี้เป็นรอบที่ 5 ละ แต่เป็นครั้งแรกที่จะรีวิว  แต่ละรอบธรรมชาติสวยไม่เคยซ้ำ

-ครั้งแรก ปีนขึ้นมาหน้าร้อน มีนา ปิดเทอมใหญ่ ประสบชะตากรรมตกกลางคืนหนาวยะเยือกจนขากรรไกรล๊อค กลับจากทริปนั้นอ้าปากกว้างไม่ได้ ขากรรไกรจะค้าง เป็นอยู่นานหลายปีกว่าจะหายเป็นปกติ
-ครั้งที่สอง ขึ้นหน้าฝน หยุดสิงหาวันแม่ ลมมาจากไหนไม่รู้ป่าทั้งป่าเขย่าได้ โยกจนเหมือนเราเป็นเห็บตัวน้อยเดินอยู่บนหลังหมาที่ขนมันโยกไปโยกมา เดินตามทุ่งหญ้าหน้าผาข้างบนต้องหมอบบ้างคลานบ้าง กลัวลมจะหอบโยนออกไปทิ้งนอกผา เต็นท์ที่กางไว้เสาหัก พอเหลาไม้มาแทนเสา ลมก็พัดจนเต็นท์ขาดแควกราวกับมือยักษ์มากระชาก
-ครั้งที่สาม วันขึ้นปีใหม่ เป็นเทศกาลปีใหม่ที่ฝนกระหน่ำหนักไปหลายจังหวัด กลายเป็นทริปที่เขาหลวงปกไปด้วยหมอกหนา มองไปทางไหนก็เจอแต่หมอกหนาตึบไม่เห็นวิวอะไรเลย
-ครั้งที่สี่ ปลายฝนต้นหนาว ตุลาคม ทุกอย่างสดใส ป่าสวย ฟ้าสวย กว่าทุกอย่างจะลงตัวต้องขึ้นมาถึง 4 ครั้ง

เขาหลวงสุโขทัยภาครีเทิร์น ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 5 และอาจจะเป็นครั้งท้ายสุด  ทิ้งช่วงห่างจากครั้งที่ 4 กว่า 18 ปี รูปถ่ายไว้ซีดจางและหายไปเกือบหมด  สไลด์ที่ถ่ายไว้ดูไม่ถนัดเพราะเครื่องฉายพัง เหลือแต่ความทรงจำบางๆ  ต้องกลับมาซ้ำด้วยไฟล์ดิจิตอลให้เป็นความทรงจำถาวรตลอดไป
เขาหลวงสุโขทัย หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่าอุทยานแห่งชาติรามคำแหง  เป็นอุทยานฯลำดับที่ 18 ของไทย ประกาศไว้เมื่อปี 2523  อุทยานฯเจ้าคุณปู่เลยนะเนี่ย ครั้งแรกที่นี่ของผมเกิดขึ้นหลังประกาศเปิดอุทยานฯ 6 ปี

เสน่ห์สูงสุดของเขาหลวงสุโขทัย ก็คือมนต์เสน่ห์แห่งเหลี่ยมเขา

ยอดเขาหลวงประกอบด้วยยอดเขา 4 ยอด เขานารายณ์ เขาพระแม่ย่า ภูกา เขาพระเจดีย์  ยอดเขาทั้งสี่มองกลับไปกลับมาไม่ว่าจะยืนมองจากยอดไหนจะเห็นเหลี่ยมเขาที่สวยงาม  ใครมีรสนิยมชอบเที่ยวภูเขา หลงรักเหลี่ยมเขา ที่นี่เป็นอีกที่ที่ไม่น่าพลาด  ชอบเขาก็ไปหาเขาสิ ใครหลายคนยุคนี้กล่าวไว้
เขาหลวงเป็นเทือกเขาโดดๆ ที่แลเหมือนจอมปลวกขนาดยักษ์ทับบนแผ่นกระดาษ  เทือกเขาสูงที่โผล่อยู่กลางที่ราบทุ่งนา นี่คือเขาที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกขุนเขาใดในสุโขทัย และเป็น

หนึ่งในสุดยอดขุนเขาของเมืองไทย

 

 

การเดินทาง
พิกัดนำทางสู่ที่ทำการอุทยานฯ gps: 16.877379, 99.693159
googel maps: http://goo.gl/eYuVZY
จุดเริ่มต้นเดินเท้าอยู่ ณ ที่ทำการอุทยานฯ ลึกจากถนนใหญ่สิบกว่ากิโล ไม่มีรถประจำทางเข้าไป  ดังนั้นสะดวกสุดคือต้องหารถไปกันเอง อาจจะเช่าเหมาหรือขับไปเองก็ว่ากัน
เขาหลวงสุโขทัย

อธิบายทางคร่าวๆ สำหรับคนตามรอย
ขอเริ่มที่ปากทางถนนใหญ่ ทางหลวงหมายเลข 101 กำแพงเพชร – สุโขทัย
ถ้าขับรถมาจากกำแพงเพชรผ่านพรานกระต่ายมุ่งหน้าคีรีมาศบนถนนสาย 101 ขับมากระทั่งถึงตัวอำเภอคีรีมาศ จะเจอป้ายนี้ ป้ายบอกแหล่งท่องเที่ยว บอกทางเลี้ยวเข้าอุทยานแห่งชาติรามคำแหง

 

ที่ปากทางเลี้ยวมีศาลพระแม่ย่าเป็นจุดสังเกต ฝั่งตรงข้ามศาลเป็นแยกเข้าที่ทำการอำเภอ เลี้ยวซ้ายตามภาพสู่ถนน 1319 โลด
ตรงเข้าไปอีก 6.1 โลจะเจอป้ายเลี้ยวขวา หรือสังเกตเส้นแบ่งเลนกลางถนนก็ได้สายนี้จะตีเส้นยาวเข้าไปหาอุทยานฯเลย
เขาหลวงสุโขทัย

ขับไปตามภาพรับรองไม่มีหลง รวมระยะจากปากทางถึงที่ทำการ 15.8 กิโลเมตร
เขาหลวงสุโขทัย

 

 

ภาพแรกของเทือกเขาหลวงที่ท้าสายตา เห็นแต่ไกลระหว่างทางถนนมุ่งหน้าเข้าหาอุทยานฯ ยอดเขาที่เราต้องเดินเท้าขึ้นไปสูงสะท้านหัวใจมาก ยอดไหนเป็นยอดไหนบ้างมาดูกันทำศรชี้ให้ละ

เขาหลวงสุโขทัย

 

 

มาจอดรอตั้งแต่ก่อนสว่าง
ทางอุทยานฯ จะเปิดให้เริ่มเดินขึ้นได้ตั้งแต่แปดโมงเช้า
ระหว่างนี้ก็จัดแจงแบ่งสัมภาระให้ลูกหาบที่นัดเอาไว้ล่วงหน้า  พร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดอินเดียน่าโจนส์ ยืดเส้นบิดขี้เกียจเตรียมลุย

เขาหลวงสุโขทัย

ป้ายแสดงลักษณะสภาพทางขึ้น และป้ายบอกระยะทางสะสมจากจุดเริ่มเดิน  – ค่ายพักแรมด้านบน รวมระยะเทรลเดินทั้งสิ้น 3,720 เมตร หรือ 3โล7  ( ตัวเลขนี้จะมีการเปลี่ยนแปลง มีการแจ้งอัพเดทใหม่ที่คห.20 ขณะนี้ทางอช.กำลังทำการวัดระยะทางและปรับตัวเลขใหม่ให้เที่ยงตรงขึ้น )  ใครที่เคยไปพิชิตภูกระดึงกันมาแล้วคงจำซำแฮกได้ ซำที่เรียกว่าชันที่สุดของภูกระดึง ระยะทางของซำแฮกนั้นยาว 1 กิโล  ทำไมต้องพูดถึงซำแฮก  ก็เพราะว่าเทียบกับเทรลเดินขึ้นเขาหลวงนี้แล้วต้องถือว่า 3.7 กิโลนี้ความชันระดับซำแฮกตลอดทาง  ระยะทางเดินขึ้นครึ่งเดียวของภูกระดึง แต่เดินโหดกว่าเป็นสองเท่า  โอ้วจ๊อดมันยอดมาก!

 

เริ่มต้นเทรลเดินเชื่อว่าชื่นใจกันทุกคนกับทางลาดลงเป็นขวัญถุง  โค้งเดียวเท่านั้นขวัญก็กระเจิงกับทางชันยาว ไอ้ลาดทางลงตะกี๊หน่ะสิ้นสุดแต่เพียงเท่านั้นจริงๆ หมด จบ  ทั้งหมดที่เหลือต่อจากนั้นคือแหงนหน้าตั้งชันเข่าขึ้นอย่างเดียวเพียวๆ แทบไม่มีที่ราบปน

ขอนไม้ล้มที่ไร้เปลือกข้างทาง มีรอยชอนไชของแมลง เกิดเป็นภาพศิลป์สวยแปลกตา
เขาหลวงสุโขทัย

 

 

ขอยืนเท่บนต้นไม้แป๊บ

เส้นทางดูเหมือนจะเดินรอดไปข้างหน้า อย่าหลงไปแบบผมนะครับ ทางจริงๆ ให้เดินอ้อมโคนต้นทางด้านซ้าย เทรลเดินมันบังๆ ตาอยู่
เชื่อว่าเจอต้นไม้ล้มต้นนี้แล้วอยากไปยืนทำเท่กันทุกคนเขาหลวงสุโขทัย

 

 

แผนที่ตัวต่อไป มา
โรยจริงด้วยแทร็คจีพีเอสเก็บสด

แผนที่แสดงเส้นทางเดินเทรลขึ้นพิชิตยอดเขาหลวง
แสดงระยะทางเดินแบบสะสมไมล์ไล่ตั้งแต่ 0 กิโลที่จุด start ไปยัน 3.7 กิโลที่ค่ายพักแรมข้างบนเขาหลวงสุโขทัย

 

ส่วนแผนที่อันนี้แสดงระยะทางจากจุดถึงจุด
ระดับความสูงจากจุดต่างๆ เทียบเคียงกับตัวเลขเส้นชั้นความสูงได้เลยเขาหลวงสุโขทัย

 

 

ทางเดินแหงนหน้าตั้ง ส่วนพวกเรานั้นก็ก้มหน้าเดิน เอ้า เดิน เดิ๊น เดิน

เขาหลวงสุโขทัย

เหนื่อยหอบก็นั่งพักตามแคร่พักรายทาง เอ้อ กลับมาคราวนี้ดีขึ้น สมัยก่อนนั่งพักยังต้องเอียงๆ ตัวนั่ง เดี๋ยวนี้มีแคร่ให้นั่งเว้นระยะไว้ตลอดทาง

 

อันว่าลูกหาบแซงเราถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ทุกทริป
พวกเรานั่นถึงจะขึ้นก่อนก็ขอถึงทีหลัง เป็นปรัชญาประจำคณะ ถถถถ
สำหรับอัตราค่าหาบหามของลูกหาบอยู่ที่น้ำหนักของ 30 บาทต่อกิโล  ข้าวของที่ให้แบกนอกจากเต๊นท์แล้วที่เหลือก็เสบียงล่ะครับ งานนี้เรื่องกินต้องจัดเต็มเพื่อพลังงาน
เขาหลวงสุโขทัย

 

เดินตัวเปล่ายังแทบขาขวิด พักแล้วพักอีก ไม้เท้าเดินป่ายันกันไป ไม่มีแคร่ก็ยืนพักเอา  ทำใจนิ่งๆ หายใจลึกๆ ทบทวนตัวเองว่าคิดยังไงหนอตรูถึงมา เพื่อนหลอกง่ายแท้ อพิโถถังกะละมัง

เขาหลวงสุโขทัย

 

 

น้ำดื่มระหว่างทาง แทบทุกจุดพักนับตั้งแต่ออกสตาร์ท จะมีน้ำดื่มแบบนี้ไว้บริการ
ต่อตรงผ่านท่อลงมาจากตาน้ำที่น้ำดิบผามะหาด อันเป็นตาน้ำธรรมชาติ  เดินเลยจากน้ำดิบขึ้นไปเป็นอันหมด มีอีกทีก็ที่ปลายทางเลย  ดังนั้นขวดน้ำพกติดตัวไม่ต้องเยอะไม่ต้องใหญ่ หมดก็เติมไปตามรายทาง เทรลนี้มีดีตรงน้ำเนี่ยล่ะ

เขาหลวงสุโขทัย

น้ำเปล่าเพิ่มความสดชื่น ส่วนพวกเรานอกจากน้ำเปล่าแล้วก็นิยมผสมเฮลบลูบอยเผื่อช่วยเพิ่มกลูโคสให้กับเม็ดเลือด  ส่วนผมกลเม็ดเคล็ดไม่ลับ นี่เลย บาวแดง อ่ะน้องกุ้งช่วยถือขวดให้หน่อยจะถ่ายรูปยืนยันพลังบาวแดง  ดื่มแล้วเพิ่มอุปทานว่าตัวเองจะได้เรี่ยวแรงเพิ่มขึ้น ใช่เหรอ

กึ่งกลางทางที่จุดชมวิว

สองชั่วโมงไม่ขาดไม่เกิน เราก็มาถึง จุดชมวิว
ไต่พ้นโค้งหลุดจากมออีหก ก็จะมาเจอจุดพัก มุมเปิดมองเห็นวิวไกลแลไปข้างล่างเห็นไกลถึงจุดเริ่มเดิน  โอ นี่เราเดินขึ้นมาได้อย่างไรกัน สูงเพียงนี้! มีแคร่พักเป็นม้านั่งยาวๆ สองตัวลดหลั่นเป็นอัฒจันทร์นั่งคลายเมื่อยชมวิวไปเพลินๆ  เหมาะจะแกล้งตายตรงนี้มว้าก อยากหลับสักตื่น
จุดนี้สูงจากระดับน้ำทะเลราว 580 เมตร ถือเป็นความสูงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปลายทางที่พักบนยอด  และถือเป็นเกือบกึ่งกลางทางเทรลเดิน จุดนี้ห่างจากจุดเริ่มมา 1.6 กิโล ยังเหลืออีก 2.1 กิโลจะถึงจุดหมาย

เขาหลวงสุโขทัย

ชีวิตชั้นมีแต่หมาพาไป จะเดินที่ไหนมีหมานำ เจ้าอิ๊กคิวซัง ใครไปเขียนคิ้วให้มันเนี่ย ตัวนี้เดินตามตลอด  แซงๆ ไปเดี๋ยวก็เลี้ยวกลับมาวิ่งตามหลังอีก หยามกันชัดๆ ถถถถ

 

 

เดินต่อไป ก้าวต่อไป

เขาหลวงสุโขทัย
เขาหลวงสุโขทัย

แล้วเราก็มาถึงจุดแวะที่ชื่อ น้ำดิบผามะหาด
บริเวณนี้จะมีตาน้ำ สมัยก่อนจะเดินเข้าไปหน่อยนึงรองน้ำกินกันและใส่กระติก  เดี๋ยวนี้เค้าต่อท่อออกมาข้างนอกก่อบ่อโบกปูนติดก๊อกให้ดื่มกันสะดวกสบายขึ้นละ  ขอพักให้ชื่นใจอีกเดี๋ยว ส่วนระดับพลังงานเฉลี่ยของแต่ละคนตอนนี้ก๊อกสองเปิดมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ป้ายบอกระยะทางแยบยล
ผมชอบใจป้ายบอกทางที่นี่มาก ถึงกับต้องลงมือทำกราฟฟิค ใช่เหรอ ความจริงคือลืมถ่ายป้ายเลยจำใจ

ที่นี่ ผมสังเกตเห็นการปักป้ายบอกระยะทางค่อนข้างจะแตกต่างจากที่อื่นๆ ที่เคยเห็นมา คือเค้าจะไม่ค่อยปักไว้ตามจุด แต่จะปักไว้กลางทางระหว่างจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ก็ดีนะ อย่างเช่นแทนที่จะเจอป้ายว่าอีกโลนึงจะถึงจุดต่อไป ก็เปลี่ยนเป็นเดินๆ ไปสักพักแล้วเจอป้ายไปไว้ว่าอีกครึ่งโลถึง เอ่อ เหลือครึ่งโลค่อยยังชั่ว ความจริงระยะมันก็เท่าเดิมแต่เพิ่มเติมคือกำลังใจ ขอปรบมือให้กับคนครีเอทป้ายแยบยลเหล่านี้ แปะๆๆ
เขาหลวงสุโขทัย

 

 

ไส้เดือนภูเขา ที่ทำเอาสาวๆ ที่กำลังเดินหมดแรงกระโดดเหยงๆ ข้ามไส้เดือนแซงผมไปเลย อะไรกันเนี่ย! เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน

เขาหลวงสุโขทัย

 

 

ต้นนี้น่าจอดถ่าย
ต้นไม้รูปร่างแปลกตาสวยงาม อยู่ระหว่างทางจากน้ำดิบ – ชานเบิกไพร

เขาหลวงสุโขทัย

 

 

ต้นนี้ก็น่าถ่าย
เดินเลยชานเบิกไพรไปหน่อย รากระโยงระยางเกาะเกี่ยวหินสวยมาก

เขาหลวงสุโขทัย

 

 

ต้นปรง
เห็นต้นปรงไม่ต้องปลงใจ  เห็นต้นนี้เมื่อไหร่ดีใจได้ คุณเดินมาเกือบสามโลเต็มแล้ว และจุดแวะสำคัญจุดถัดไปรออยู่ใกล้ๆ ข้างหน้า สิ่งมหัศจรรย์ตาแห่งธรรมชาติ
เขาหลวงสุโขทัย

 

 

ไทรงาม
มหัศจรรย์ธรรมชาติ

มา 4 ครั้งก็ยังคงยิ่งใหญ่ สวยไม่ซ้ำครั้ง กลับมาครั้งที่ 5 นี้ใหญ่ยิ่งขึ้น  คือเค้าถางหญ้าป่ารกๆ จนมีทางเดินแยกออกไปเปิดมุมมองด้านข้าง  ทำให้เห็นไทรงามอีกมุมมองนึงที่ใหญ่แผ่กิ่งก้านรากไทรยิ่งใหญ่กว่ามุมมองด้านหน้ามากๆ  หลายคนโชคดีมาเจอตอนมีหมอกไทรงามในม่านหมอกก็สวยขรึมอลังการ  เสียดายภาพพวกนั้นผมถ่ายไว้สีซีดอย่างที่บอก ยุคดิจิตอลก็เลยต้องกลับมาถ่ายใหม่

เขาหลวงสุโขทัย

 

เสียงชัตเตอร์แต่ละคนรัวเป็นระวิง
นาทีนี้ทุกคนลืมเหนื่อยไปชั่วขณะ

เขาหลวงสุโขทัย

 

ก้าวต่อไป เดินเมื่อยไปสุขหรือทุกข์แค่ไหนเราก็เดินเมื่อยไป
ตะวันบ่ายละ มาถึงตอนนี้ก็เดินมาได้ 5 ชั่วโมงเต็มกันแล้ว  สถิตินี้โปรดอย่าเอาเยี่ยงอย่าง
เขาหลวงสุโขทัย

 

ผ่านไทรงามมาได้ก็ถือว่าจุดหมายปลายทางเหลืออยู่อีกไม่ถึงโลแล้ว
คำว่าเดินสามก้าวหยุด หรือเดินสามก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเป็นยังไงต้องมาลองเทรลเดินที่นี่ ช่วงปลายๆ มักจะเป็นอย่างนี้จริงๆ

400 เมตรก่อนถึงแคมป์ก็มาเจอกับ

ปล่องนางนาคเขาหลวงสุโขทัย

และ 200 เมตรก่อนถึงแคมป์ จะมีสะพานทอดข้ามลำธารเล็กๆ ที่ชื่อ
พระยาแล่นเรือ
เส้นทางช่วงปลายๆ นี่เริ่มราบขึ้น ลาดชันน้อยลง บรรเทาอาการตะคริวกินขาหน่อย

 

ในที่สุด เราก็เป็นหนึ่งในผู้พิชิตเขาหลวง
ไม่สิ ความจริงเราเพิ่งจะแค่พิชิตเส้นทางขึ้นแค่นั้น  ขณะนี้เรายืนอยู่ที่ความสูง 1100 ยังไม่ได้พิชิตความสูง 1200 อย่างในป้าย  ความสูงที่มากกว่า 1100 เวลานี้รอเราอยู่กับยอดเขาทั้ง 4 แห่งยอดเขาหลวง
ก่อนทิ้งตัวลงนอนขอยืนถ่ายกับป้ายหน่อย
สถิติสวยหรู 6 ชั่วโมง โปรดฟังอีกครั้งอย่าเอาอย่างเรา

เขาหลวงสุโขทัย

ศูนย์บริการด้านบน มานั่งรอลูกหาบเราที่นี่ได้ ไม่สินะ ลูกหาบต่างหากที่นั่งรอเราอยู่นานแล้ว 555 นอกจากนี้ก็ยังมีบริการเช่าผ้าห่ม แผ่นรองนอน เต็นท์ เสื่อ มีของกินขายนิดหน่อย น้ำอัดลม ขนมสแน๊ค มีกระดานบอกเวลาพระอาทิตย์ขึ้น-ตก เปิด 7.30 ปิด 20.30 ดูเหมือนจะมีเครื่องไม้เครื่องมือทำครัวให้ยืมใช้ มีอะไรนอกเหนือจากนี้อีกบ้างผมไม่ได้เก็บรายละเอียดลงมาฝาก ต้องขออภัยนะครับ

 

แคมป์พักแรมบนนี้น่าพักกว่าสมัยก่อนมากๆ ลานกว้างลดหลั่นกางเต็นท์นอนได้เป็นร้อย มีศาลาให้นั่ง มีลานแคมป์ไฟ ที่เซอร์ไพร๊มากๆ คือตรงศาลาก็มีปลั๊กไฟให้ชาร์ตแบต ตรงลานแคมป์ไฟก็มีปลั๊กไฟให้ชาร์ตแบต ถูกยุคถูกสมัย ถูกใจจริงๆ

ปลั๊กตรงศาลา
เขาหลวงสุโขทัย

ปลั๊กตรงลานแคมป์ไฟ
เขาหลวงสุโขทัย

 

 

บรรยากาศกว้างๆ บริเวณแคมป์พักแรม

เขาหลวงสุโขทัย

มาถึงแล้วก็หาทำเลปักหลักกางเต็นท์ครับ เลือกอิสระตามใจชอบ เลือกหามุมส่วนตัวๆ หน่อย

เขาหลวงสุโขทัย

 

แกล้งตายแป๊บ หมดแรง ของนอนชาร์ตพลังงานกันก่อน
น่านอนนะ แต่ปลวกเยอะไปนิด นอนลงไปทีตายเป็นเบือ เหอะๆ
เขาหลวงสุโขทัย

 

แผนที่ 3D แสดงภูมิประเทศบนยอดเขาหลวง
ยอดเขาหลวงประกอบด้วยยอดเขา 4 ยอด
1. ภูกา สูง 1200 เมตร
2. เขาพระแม่ย่า สูง 1200 เมตร
3. เขาพระเจดีย์ สูง 1185 เมตร
4. เขานารายณ์ สูง 1160 เมตร

จะเก็บทุกยอดไหวมั้ย
ความบันเทิงทรมานยังรอเราอยู่อีก เส้นทางเดินบนนี้หามีทางราบไม่

เขาหลวงสุโขทัย

 

บ่ายมากละ จวนเย็นย่ำ เป้าหมายแรกที่พอจะไปได้คือชมพระอาทิตย์ตก  จำได้ว่าจุดชมอยู่ตรงเขาพระแม่ย่า กับเขาพระเจดีย์  แต่มองอากาศแล้วขอบฟ้าขมุกขมัวไปหน่อยถ้าไปยืนตรงนั้นมองออกไปเวิ้งว้างและฝ่าหมอกแบบนี้คงถ่ายรูปออกมาไม่สวย  ความจริงหน้าหนาวแบบนี้อยากจะได้ขอบฟ้าเปลี่ยนสีแบบมลังมะเมลีองมากกว่า ก็เลยเปลี่ยนใจไปเขานารายณ์แทน ระยะทางเพียง 400 เมตร  ถึงจะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นแต่ คหสต.ผมว่าน่าจะมองอาทิตย์ตกลับเหลี่ยมหลังเขาพระเจดีย์แทนจะดีกว่า ว่าแล้วก็ก้าวเดิน

เขาหลวงสุโขทัย

 

ทางกว้างขึ้นเยอะ ผมยังนึกว่าจะเจอทางแคบๆ แบบสมัยก่อน มาคราวนี้เจอใหญ่จนแปลกใจ มารู้อีกทีว่าเค้ามีจัดวิ่งพิชิตเขาหลวงก็เลยขยายทาง
จำได้สมัยก่อนนั้นตรงแคมป์ไม่มีของกิน อยากได้มาม่า กระทิงแดง โค้ก เป๊ปซี่ แฟนต้า สไปรซ์ หรือเบียร์ป๋อง  ต้องหอบสังขารเดินขึ้นมาเส้นนี้ จะมีร้านค้าเล็กๆ ของจนท.ที่เฝ้าสถานีโทรคมนาคมที่อยู่บนเขานารายณ์

เขาหลวงสุโขทัย

 

ถึงละ  ยอดเขานารายณ์
1160 เมตรจากระดับน้ำทะเล

จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น เราขึ้นมาทำไรกัน 555 เอาจริงๆ นะผมว่าตรงนี้เหมาะกว่าเจดีย์ อีกอย่าง มีหินสัญลักษณ์ก้อนนี้ด้วย  จินตนาการคล้ายกบ คางคก นั่งอยู่ แต่บางทีก็เหมือนหัวหมาตูบเพราะเหลี่ยมหินก้อนใหญ่ๆ ด้านหน้าคล้ายใบหู เ ขานารายณ์ตรงนี้ยังมีเป็นจุดที่มีหน้าผาที่สวยงาม บางทีเลยเรียกติดปากกันว่าผานารายณ์ มากกว่าเขานารายณ์

เขาหลวงสุโขทัย

มาถึงกันแล้วต้องขึ้นมายืนบนหินก้อนนี้ทุกคน

ขอโดดสลายแรงหน่อย

โดดเสร็จก็โพสอวดเฟสเลย 555 ที่เขาหลวงนี้ใครจะเล่นเฟส คุยโทร ทุกเครือข่ายต้องมาหาคลื่นบนเขานารายณ์นี้ล่ะครับ  สัญญาณความแรงจะกระเพื่อมมาเป็นพักๆ ตามกระแสลม ส่วนที่แคมป์นั้นแทบบอดสนิท T T
เขาหลวงสุโขทัย

 

นอนมองเมฆไหลไปเรื่อยๆ
พระอาทิตย์ปลายธันวาตกระหว่างเจดีย์กับแม่ย่าพอดี แล้วจะค่อยๆ เคลื่อนตำแหน่งไปทางแม่ย่าเรื่อยๆ ในเดือนถัดๆ ไป

เขาหลวงสุโขทัย

 

ที่นี่แม้จะไม่ได้เห็นอาทิตย์แตะขอบฟ้า แต่บรรยากาศโดยรวมก็น่านั่งเล่น มีลานหินกระจายอยู่แถวปลายๆ หลังก้อนหินรูปหมาตูบนั่น
สำหรับตำแหน่งพระอาทิตย์ตกเมื่อมองจากตรงนี้ตลอดปีจะเป็นคร่าวๆ ประมาณนี้นะครับ
Sunset Positon & time

เขาหลวงสุโขทัย

 

แสงจันทร์นวลผ่อง
คืนจันทร์เต็มดวง ขึ้น 15 ค่ำพอดี

เขาหลวงสุโขทัย

 

ดินเนอร์คืนแรก จัดไปเบาๆ ส่วนงานเลี้ยงคริสมาสเลื่อนไปอีกวันเพราะคืนนี้พวกเราสลายแรงกันจนหมดเกลี้ยงละ  ตอนแรกว่าจะขึ้นเขานารายณ์ไปชมดาวต่อแต่เปลี่ยนใจนอนชมจันทร์ตรงนี้แทนดีกว่า เหนื่อ เมื่อย

เขาหลวงสุโขทัย

 

เช้าวันใหม่
Good Morning เขาหลวง

เช้าหน้าหนาวตะวันตื่นสาย ดูป้ายแจ้งกระดานตะวันที่หน้าศูนย์บริการบอกว่าเช้าวันนี้ตะวันจะโผล่พ้นขอบฟ้าเวลาเกือบเจ็ดโมง  เราก็เลยตื่นเลทได้หน่อย พากันออกเดินตอนหกโมงเช้า ขึ้นเขานารายณ์กันอีกรอบไปรอทักตะวัน

ระหว่างทางมองย้อนกลับ เห็นพระจันทร์ใกล้ลับฟ้าอยู่เยื้องๆ เขาพระแม่ย่า

เขาหลวงสุโขทัย

 

ตะวันมาละครับ แต่ว่าฟ้าไม่เป็นใจเช่นเคย ขอบฟ้าขมุกขมัวไม่แจ่มใสให้สมกับเป็นฟ้าหน้าหนาว สงสัยจะก้าวเท้าข้างผิดออกจากเต็นท์กัน T T

เขาหลวงสุโขทัย

 

อากาศเย็นๆ แบบต้องใส่เสื้อหนาว หมอกบางๆ ปกคลุมไปทั่ว บรรยากาศโรแมนติก
สถานีโทรคมนาคมเขานารายณ์กลืนอยู่ในม่านหมอก

เขาหลวงสุโขทัย

ที่ก้อนหินหมาตูบข้างใต้เดินเข้าไปได้ เป็นเพิงใหญ่ๆ เลียบหน้าผา เดินกันระวังด้วยนะครับ จุดนี้วิวดี มองเห็นผาหน้าคนทึ่ซ่อนผาชมปรงไว้เบื้องหลัง ผาหน้าคนนี้ถ้าแดดดีดี golden hour แสงทองจะจับจนผาสีแดงผสมทองเปล่งปลั่งสวยมาก

 

ฟินๆ กันไป
บรรยากาศแบบนี้ใครเอาแฟนมาก็นั่งกอดแฟน ใครมากะเพื่อนก็กอดเพื่อน ใครมาคนเดียวก็ยืนกอดอก มองคนอื่นไป
เขาหลวงสุโขทัย

ส่วนผมงี้ก็มานั่งกอดเข่าเหงาๆ ทำมิวสิคปลีกวิเวก แล้วก็อัพเฟสบุ๊คเหงาๆ เรียกไลค์ปลอบใจกันไป 5555

 

ดูภาพนี้แล้วแหม่ มันช่างยังกะถ่ายบนภูกระดึง
เขาหลวงสุโขทัย

ช่วงเวลาโรแมนติคย่อมสิ้นสุดเมื่อท้องร้องโฮกๆ จำใจย้ายฐานกลับแคมป์ ข้าวเช้ารอเราอยู่

เขาหลวงสุโขทัย

 

มาแล้น แถ่มแท้ม ข้าวเช้าเสร็จยัง หิววว
ทริปนี้เรามีพ่อครัวหัวป่าก์อาสาปักหลักประจำการเฝ้าเต็นท์ คอยทำอาหารรอเราตลอดทริป ^O^/
เขาหลวงสุโขทัย

 

อ่ะโหหหห ท้องร้องจ๊ากทันที เปิดหม้อมาเจอแกงเขียวหวาน น่ากินมว้าก
เขาหลวงสุโขทัย

อาหารไทย จีน ฝรั่ง ครบแถมด้วยปีโป้อีก อิ่มพุงกางกันพอดี

เขาหลวงสุโขทัย

 

 

ได้เวลาวางแผนเที่ยว

แผนแรกเก็บให้ครบทุกยอด ระยะทางเดินคร่าวๆ ไปกลับ 5 กิโล
แผนสองเก็บให้หมดยกเว้นภูกา เหลือ 3 โล
แผนสามเดินขำขำตัดภูกา เจดีย์ เหลือ 2.5 โล
แผนสี่ไกลๆ เดินไม่ไหว งั้นเขานารายณ์+ผาชมปรง พอ เดินทอดน่องไปกลับ 1.2 กิโล
แผนห้าเขานารายณ์อย่างเดียวก็หรูแล้ว แบบนี้ไปกลับแค่ 800 เมตร
แผนสุดท้ายใครจะไปไหนก็ไปขอเฝ้าเต็นท์เก็บแรงรอเดินลง เอ่อ! คุณครับ!

ขึ้นมาแล้วต้องเดิน เดิ๊น เดิน ให้คุ้มเหนื่อยนา

เขาหลวงสุโขทัย

สำหรับเราไม่ว่าจะแผนไหน เราจะไม่ไปเขานารายณ์ละ ตั้งแต่มานี่ขึ้นแต่เขาเดียวนี่แหละ ไปเขาอื่นซะที
สิบโมงแล้ว อาหารเช้าย่อยเรียบร้อยส่งเข้าตับรีดเป็นอะมิโนส่งออกไปทั่วกระแสเลือด สู่เม็ดเลือดแดงอีกครั้ง กำลังวังชากลับมา เริ่มท่องเที่ยวต่อได้

แผนของเราคือแผนแรก แบบทวนเข็มนาฬิกา แต่ตัดเขานารายณ์ออก เป็นดังนี้
ผาชมปรง > เขาพระแม่ย่า > ภูกา > เขาพระเจดีย์ > กลับแคมป์
เริ่มต้นใช้เส้นทางเดิมที่ขึ้นเขานารายณ์ เดินมาสองร้อยเมตรเจอทางแยกแบบง่ามหนังติ๊ก Y เลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกทางไปทางภูกา แม่ย่า
เขาหลวงสุโขทัย

เดินขึ้นเนินมาสัก 100 เมตรก็จะเจอลานจอด ฮ. อ่ะ ถ่ายรูปเล่นฮิบๆ กันก่อน

เขาหลวงสุโขทัย

ฮิบๆ กันไป กะลังอินเทรนด์ ทำสีหน้าสบาย ที่แท้เริ่มร้อน แดดส่องหน้า ตากล้องก็กำกับไปเรื่อย เหงื่อเริ่มไหล ถถถถ

เขาหลวงสุโขทัย

แล้วเราก็พลาด! ผาชมปรง หลงทาง เพราะป้ายนี้ที่ไปจำมาจากหน้าศูนย์

 

ป้ายบนตอไม้เจ้ากรรม ลายแทงมันชี้ตำแหน่งทางแยกลงผาชมปรงอยู่ระหว่างลาน ฮ. กับแม่ย่า! จริงๆ แล้วทางแยกมันอยู่ตรงลาน ฮ. แต่แยกไปคนละด้านกับทางไปแม่ย่า ก็เลยตามเลย เดินมากันไกลแล้ว (กว่าจะรู้ก็คือตอนต่อไปที่กลับไปถึงแคมป์ ข้องใจมากจนต้องกลับไปถอดรหัสลายแทงที่ตอไม้ซ้ำอีกทีแล้วถามเพื่อน)

เขาหลวงสุโขทัย

ส่วนที่วงแดงไว้ข้างล่าง ตัวเลขระยะทางจากแคมป์ไปเขาพระเจดีย์เขียนไว้ว่า 320 เมตร เอาเข้าจริงน่าจะไกลกว่านี้เยอะ จับจีพีเอสดูด้วย ได้ประมาณ 520 ม.

สรุประยะทางจากแคมป์ถึงจุดต่างๆ อีกที

แคมป์ – ผานารายณ์ 400 เมตร
แคมป์ – ผาชมปรง 400 เมตร
แคมป์ – เขาพระแม่ย่า 980 เมตร
แคมป์ – ภูกา 2,220 เมตร
แคมป์ – เขาเจดีย์ 320! เมตร ตัวเลขนี้น่าจะคาดเคลื่อน ไม่ว่าจะจากเดินจริง และจากจีพีเอสที่ผมบันทึก ระยะทางจริงน่าจะอยู่ราวๆ 520 เมตร

 

ระหว่างทางไปเขาพระแม่ย่า
ผ่านป่าเขียวครื้ม

เขาหลวงสุโขทัย

และมีอะไรกะจุ๊กกะจิ๊ก สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ให้ถ่ายเยอะ น่าจะถูกใจคนชอบ close-up และ macro

สำหรับผมไม่ถนัดแนวนี้ แต่ก็ถ่ายสนุกอยู่ ป่าร่มครื้มแดดไม่ทะลุลงมา อากาศเมื่อไม่มีแดดก็กลับมาเย็นๆ อีกครั้ง

เห็ด
เขาหลวงสุโขทัย

เฟิร์น
เขาหลวงสุโขทัย

มอสกะเฟิร์น
เขาหลวงสุโขทัย

และอะลูมิไลถึ อะไรมิรู้ อยากรู้มาก ใครรู้รบกวนบอกหน่อย
เขาหลวงสุโขทัย

 

เดินในป่าสักพักเดียวก็ขึ้นเนินยาวจนทะลุออกจากป่ามาเจอลาดเชิงเขาพระแม่ย่า  มีป้ายบอกทางปักไว้ว่าเลี้ยวซ้ายลงไปจะเป็นทางไปเขาพระเจดีย์และภูกา

เขาหลวงสุโขทัย

ส่วนคนที่เดินๆ อยู่หลังป้ายนั่นคือกำลังเดินขึ้นยอดพระแม่ย่า ระยะทางขึ้นไปก็ประมาณร้อยเมตรไม่เกินนี้

 

หมอกมาๆ หายๆ พูดอีกทีคือเมฆลอยมาแล้วก็ลอยไป  ตะกี๊ยังมองไม่เห็นเขาพระเจดีย์เลย ตอนนี้มองเห็นละ เขาพระเจดีย์มองจากเชิงทางขึ้นยอดพระแม่ย่า ซ้ายมือไกลๆ เป็นบริเวณแคม

เขาหลวงสุโขทัย

 

ระหว่างขึ้นยอดแม่ย่ามองไปทางขวาจะเห็นเขานารายณ์ และสถานีโทรคมฯ ส่วนผาชมปรงอยู่ตรงนั้นแหละ ในม่านเมฆกลบๆ อยู่ทางซ้าย

เขาหลวงสุโขทัย

มาทำมือดาวกันหน่อย พวกเราเหล่าผู้พิชิตยอดเขาพระแม่ย่า โย่ว จุดนี้อ่านจากป้ายก็เป็นจุดเหมาะชมพระอาทิตย์ตกอีกจุดนึง เราเลยวางแผนว่าเด๋วเย็นนี้จะกลับมารอส่งตะวันที่นี่กัน

 

และแล้วเราก็พิชิตจุดสูงสุดของเขาหลวง นี่เป็นหนึ่งในจุดสูงสุดของอุทยานแห่งชาติรามคำแหง อีกจุดนึงคือยอดภูกา สูงเท่ากัน
ยอดเขาพระแม่ย่า
1200 เมตรจากระดับน้ำทะเล
บรรยากาศกว้างๆ บนยอดแม่ย่า ตอนนี้วิวค่อนข้างปิด เพราะหมอกเยอะ
เขาหลวงสุโขทัย

 

มุ่งหน้าต่อ สู่ภูกา พิชิตอีกยอดด้วยความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม
เขาหลวงสุโขทัย

เดินลงมาจากแม่ย่า เดินต่อมาได้สองร้อยกว่าเมตร เจอป้ายนี้เข้า  แยกขวาไปภูกาอีกหนึ่งกิโล ไปกลับก็สองโล ดูเวลาก็ปาไปเที่ยงครึ่งแล้ว  มิน่าล่ะท้องร้องจ๊อกๆ อีกแล้ว ความมุ่งมั่นพังทลาย ตัดภูกาทิ้งดีกว่า เหอะๆ
เขาหลวงสุโขทัย

มุ่งหน้าพระเจดีย์สิครับรออะไร ทางสายเดียวที่จะมุ่งตรงสู่เสบียงอาหาร
ระหว่างทาง สองข้างทางสายนี้ เขาพระแม่ย่า – เขาพระเจดีย์ จะมีดอกไม้เล็กๆ เยอะ ผีเสื้อก็เยอะ แมลง ตั๊กแตนมีหมด ผิดกับทางช่วงลาน ฮ.-แม่ย่า

ก็ถ่ายไปเรื่อย ก้มๆ เงยๆ
เขาหลวงสุโขทัย

ถึงแล้ว
เขาพระเจดีย์
ยอดสูงอันดับสาม 1185 เมตรจากระดับน้ำทะเล
มองย้อนไปเขาพระแม่ย่า มียอดภูกาซ้อนอยู่ซ้ายมือเยื้องหลัง เหลี่ยมเขาสวยงาม

เขาหลวงสุโขทัย
เขาหลวงสุโขทัย

 

ที่มาของชื่อคงจะเพราะมีกองหินเรียงๆ อยู่สองสามกอง ก่อเป็นทรงเจดีย์
เมื่อก่อนนี้เป็นยอดเขาโล่งๆ โล้นๆ เด๋วนี้ร่มรื่นด้วยสนสามใบ
เขาหลวงสุโขทัย

ความหิวไม่ปราณีใคร มุ่งหน้ากลับแคมป์ต่อไป
ระยะทางตามป้ายก็ 320 เมตร แต่อย่างที่บอก ระยะจริงไม่ต่ำกว่าครึ่งโลแน่นวล

เขาหลวงสุโขทัย

มื้อเที่ยงลงท้องเมื่อตอนบ่ายสอง นี่ถ้าตัดสินใจไปภูกาคงได้กินมื้อเที่ยงตอนสี่โมงเย็น
อิ่มไปอีกมื้อก็นอนผึ่งพุงสองชั่วโมง เตรียมตัวลุยต่อ จุดหมายคือไปล้างตาหาผาชมปรงให้พบ และไปส่งตะวันตกดินที่พระแม่ย่า นะเอิงเอย

เขาหลวงสุโขทัย

 

เจอแล้ว
ผาชมปรง
หลงตั้งนาน
ใครสงสัยทำไมขึ้นมา 5 ครั้งยังหาไม่เจอ คือครั้งนี้ห่างจากครั้งที่ 4  18 ปีอ่า ฟามจำลืมเลือน
เขาหลวงสุโขทัย
เขาหลวงสุโขทัย

หินก้อนนี้เท่มาก มองด้านนี้ไม่เสียว แต่ถ้าเลี้ยวไปยืนมองบนแม่ย่าโน่น จะรู้เลยว่าเฮ้ยๆๆ มานอนยิ้มแฉ่งแบบนี้ได้ยังไง

ตรงนี้แหละ สมัยก่อนตอนทริปเจอลม หินก้อนนี้ตั้งอยู่ที่ปลายผาแบบนี้ไม่มีใครกล้าเดินลง ไม่แม้แต่จะกล้าเดินพ้นรั้วลวดหนาม กลัวลมจะหอบไปโยนนอกผา มาคราวนี้จังหวะดีลมเบาเลยกล้าเดินลง ถ้าลมนิ่งสนิทก็กล้าปีนขึ้นไป

สมาชิกทริปชูนิ้วมือโชว์จำนวนครั้งที่มากัน ทุกคนยกเว้นผมมาเป็นครั้งแรก ส่วนผมตอนชูนิ้วหน่ะหลงลืมนึกว่ามาเป็นครั้งที่สี่ ที่จริงคือครั้งนี้ 5 แล้ว แก่แล้วก็งี้

เขาหลวงสุโขทัย
เขาหลวงสุโขทัย

ผาชมปรงมุมมองย้อนกลับ นี่ล่ะครับ ทางชันแบบลาดเท ถ้าวิ่งลงมาก็เอาหินสัญลักษณ์ที่ปลายผานั่นแหละเป็นตัวเบรคชั้นดีไม่มีกระเด็นข้ามไปตกข้างนอก

ว่าไปผาชมปรงยามต้องแสงเย็นแบบนี้ก็สวยดีนะ เผลอๆ สวยกว่ารอบเช้าถ้าไม่หลง เหมาะเอาไว้ควบพระแม่ย่าสำหรับใครที่จะเดินไปชมตะวันตกดินที่นั่น ทางเดียวกัน

เขาหลวงสุโขทัย

ดงเฟิร์นเต็มผา ข้างๆ ผาชมปรง จริงๆ จำได้มีอีกดงสวยกว่านี้ แต่จำได้แค่ว่ามี เคยถ่ายสไลด์ไว้ แต่กลับมาคราวนี้หาเหลี่ยมนั้นไม่เจอ เสียใจ

เต็มอิ่มกับผาชมปรงเราก็มุ่งหน้าไปเขาพระแม่ย่าตามแพลนที่วางไว้ ว่าจะไปรอส่งตะวันกันที่นั่น ต้องดีกว่าทางผานารายณ์เมื่อวานแน่นวล
วิวระหว่างทางไปแม่ย่า มองย้อนกลับไปทางเขานารารยณ์ คราวนี้เห็นผาชมปรงละ นั่นไงหินก้อนนั้น

เขาหลวงสุโขทัย

นักท่องเที่ยวทยอยกันมาไม่ขาดสาย

เขาหลวงสุโขทัย

แสงเย็น สีทอง ทำให้ธรรมชาติยิ่งสวย ว่ามั้ย
ตอนนี้เราก็ก้าวฉับๆ มาถึงเชิงทางขึ้นเขาพระแม่ย่าอีกครั้ง มองไปไกลๆ เห็นเขาพระเจดีย์จับแสงสีทองสวยงาม

เขาหลวงสุโขทัย

พานอกว้างๆ ออกมาหน่อย ให้เห็นไกลทั้งเขานารายณ์ กับเจดีย์ และแคมป์ เหลี่ยมเขาสวยงาม

เขาหลวงสุโขทัย

ตะวันโย้มาโน่นละ ต้องรีบขึ้นไปยอดเขาเตรียมกางขารอแล้วล่ะ

เขาหลวงสุโขทัย

แต่แล้ว ๆ มัวแต่อ้อยอิ่ง ที่โดนจับจองหมด อดเลยเรา ได้แต่กางขาอยู่ด้านล่างนี่แหละ  ไม่เป็นไรเน้าะ แค่นี้ก็ได้บรรยากาศแล้ว บรรยากาศเย็นๆ แห่งการรอคอย ที่มีสายลมเบาๆ ความหนาวและความมืดที่ค่อยๆ คืบคลาน  กับภาพคู่รักที่นั่งหนุงหนิงชี้ตะวันกันตรงหน้า โอ้ย ปวดร้าว 555
เขาหลวงสุโขทัย

ขอบฟ้าก็ยังขมุกขมัวไม่สมดั่งฟ้าหน้าหนาวนะครับ ถ่ายตะวันตกมาสองวันฟ้าไม่อลังเท่าที่ควร ส่วนตะวันขึ้นอย่าได้พูดถึง ผิดหวัง

ดินเนอร์มื้อค่ำสุดท้ายทิ้งทวนเสบียงมีเท่าไหร่ขนมาทำให้หมด เหลือไว้นิดหน่อยพอทำอาหารเช้า และงานฉลองคริสมาสที่เลื่อนมาจากเมื่อคืนก็เริ่มขึ้นหลังดินเนอร์ มาซะไพร๊แจกรางวัลตุ๊กตาหมีกันด้วย โอ้ว ลุ้นๆ เราจะได้อะไรติดมือ

แต่แล้ว!!! อยู่ไม่อยู่ฝนก็ตก
ฝนกระหน่ำซัดจนงานฉลองคริสมาสของเราล่ม อย่างที่เกริ่นไว้แต่ต้น เพิงหมาแหงนของเราแทบถล่ม ต้องมีผู้เสียสละตัวเปียกปอนไปยืนคุมเชิงคอยไล่น้ำท่วมขัง กระหน่ำยาวนานต่อเนื่องเป็นชั่วโมง

ฝนตกหนักขนาดนี้ พรุ่งี้ต้องมีทะเลหมอกแน่!
พลันจุดประกายความหวัง พรุ่งนี้เช้าก่อนลงเราจะไปลุ้นทะเลหมอกกันที่ผาชมปรง และผานารายณ์
เขาหลวงสุโขทัย

และแล้ว เราก็สมหวัง เป็นไปตามคาด
ทะเลหมอกมาตามนัด

ความสวยงามมาพีคสุดเอาวันสุดท้าย ดีว่าเกร็งถูกไม่รีบลงเขาไปซะก่อน
เขาหลวงสุโขทัย

พระเจ้าช่วยกล้วยทอดมันยอดมาก
มาเขาหลวง 5 ครั้งเพิ่งจะครั้งที่ 5 นี่แหละที่ได้เจอหมอกงามอลังแบบนี้
อยากจะกรี๊ดให้ลั่นป่า คุ้มค่ามาก ดูหมอกไหลไปๆ เพลินเลย
เขาหลวงสุโขทัย
เขาหลวงสุโขทัย

กรี๊ดสลบ ถ่ายตรงผาชมปรงเสร็จรีบจ้ำมาผานารายณ์ต่อ ถ่ายทะเลหมอกกะผาหน้าคนซะเลย แจ่มเว่อร์

เขาหลวงสุโขทัย

ปักหลักถ่ายใต้หินหมาตูบนี่หละรู้มุมแล้วตั้งแต่เมื่อวาน

เขาหลวงสุโขทัย

และก็กรี๊ดสลบคำรบสอง
จู่ๆ ฟ้าก็ระเบิด แสงตะวันทะลุเมฆลงมาอีก
โอยๆ ทั้งหมอกทั้งแสงระเบิด ถ่ายไม่ถูกแล้ว หันกล้องกั๊กๆ แบบนี้เลย

เขาหลวงสุโขทัย

ระเบิดอยู่นานมาก เป็นสิบนาทีก็ว่าได้ ถ่ายจนเมื่อยมือก็นั่งมองเล่นเฉยๆ
เขาหลวงสุโขทัย

 

Sunrise position & time สำหรับคนชมตะวันที่ผานารายณ์นะครับ

แบบคร่าวๆ ใครเล็งจะถ่ายตะวันดวงกลมไข่แดงขึ้นปลายจมูกหินหมาตูบ ต้องขึ้นมาราวๆ เดือนไหน วางแผนกันได้เลย เขาหลวงสุโขทัย

หลังจากถ่ายภาพเสียจนเต็มอิ่มไม่รู้จะถ่ายอะไรแล้ว ก็มานั่งนิ่ง นอนมั่ง อยู่ริมหน้าผา มองหมอกไหลแซมผืนป่าข้างล่าง
มองอยู่นานมาก ปล่อยใจไหลไปกับสายหมอกจริงๆ

เขาหลวงสุโขทัย

 

ปิดทริปอย่างชื่นมื่น เต็มอิ่มกับธรรมชาติสวยงามบนเขาหลวง
จากนั้นก็เดินทางลงเขา ด้วยเวลาเพียง 3 ชม. แบบไม่ต้องก้าว เท้าพาไปเอง เบรคอย่างเดียว

พบกันใหม่รีวิวหน้าครับ
ลาไปด้วยภาพนี้ นายน้ำฟ้ากับวิวที่ผาชมปรง
เขาหลวงสุโขทัย

และภาพนี้ พวกเราเหล่านักล่าความทรงจำ
เขาหลวงสุโขทัย

3

 likes / 0 Comments
Share this post:

Comments are closed.

Archives

> <
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec