nikko

10 ไฮไลท์ NIKKO in Summer
 
Nikko is NIPPON
มีคำกล่าวไว้ว่า นิกโก้คือนิปปอน อยากเห็นความเป็นญ๊่ปุ่นขนานแท้ดั้งเดิมให้มาดูที่นิกโก้ อะไรประมาณนั้น
นิกโก้เองปัจจุบันก็เป็นเมืองท่องเที่ยวและมีโซนมรดกโลกด้วย
World Heritage Site
คนไทยนิยมมาเที่ยวนิกโก้ไม่น้อย
นิกโก้สวยทั้งปีหรือเปล่า ผมเองก็ไม่เคยเห็นหน้าอื่นครับ นี่เป็นนิกโก้หน้าซัมเมอร์ และเป็นนิกโก้หน้าแรกของผม ซัมเมอร์นิกโก้ขี้เหร่มั้ย

ต้องลองลากเมาส์ลงไปดู ทู้นี้มีคำตอบ สรุปเป็น 10 ไฮไลท์ให้ชมกัน เผื่อบางคนอยากเที่ยวญี่ปุ่นแบบหนีคลื่นคน อ่ะ ใช่เลย จะหนีคนต้องเที่ยวในหน้าโลว์ไง
รีวิวนี้เป็นเรื่องราวก่อนปีน Mt. Fuji ซึ่งผมอ้อมไปเที่ยวนิกโก้มาก่อน ไม่ถึงกับเป็นคู่มือท่องเที่ยว แต่ถือเป็นน้ำจิ้มเล็กๆ มินิไกด์บุ๊ค เก็บบรรยากาศ Nikko in Summer มาให้ชมก็แล้วกัน ปะปะ ไปกัน รีวิวนี้ไม่ใช่คู่มือท่องเที่ยว รายละเอียดวิธีเดินทางจะมีพอสังเคป เพราะตะลอนด้วยรถยนต์ส่วนตัว ไม่ได้ขึ้นรถประจำทาง แต่..จากการตะลอนแล้วสรุปได้คำเดียวใครที่จะนั่งบัสเที่ยวที่นี่ ถ้าเช่ารถขับได้ก็เช่าเหอะ เที่ยวได้เยอะกว่า เมื่อยก็น้อยกว่า เริ่มต้นด้วยนั่งเครื่องบินจากไทยไปโตเกียว ผมใช้บริการสายการบิน Thai Airasia X มีเที่ยวบินไปกลับวันละสองไฟล์ทกรุงเทพ(ดอนเมือง) – โตเกียว (นาริตะ)DMK – NRT
nikko
ระยะไมล์ 46xx กิโล ระยะบิน 6 ชั่วโมง
nikko
ขาไปมีไฟล์ท 11:15น. กับ 23.45น. ผมเลือกไฟล์ทแรก บินถึงนาริตะ 19:40น.ขากลับมีไฟล์ท 9:15น. กับ 20:55น. ผมเลือกไฟล์หลังnikkoรายละเอียดเพิ่มเติม www.airasia.com
ส่วนซิมเนท ทริปนี้ผมใช้บริการซิมมาจ่ายค่ายทรู Travel Sim Asia 399บาท ความจุ 4GB มาปุ่น 6 วันใช้ live ด้วยหลายหน หมดไปไม่ถึง 2GB ถือว่าเหลือเฟือ
nikko
นิกโก้มาอย่างไร เอาคร่าวๆ ก็ใช้ JR PASS
นั่งชินคันเซ็นที่ JR Ueno Station ในโตเกียว > มาลง JR Utsunomiya Station > แล้วต่อรถไฟสาย Nikko Line ไปนิกโก้ > ลงที่ JR Nikko Station ถึงแล้วนิกโก้
ง่าย นั่นเป็นวิธียอดฮิตสุด แต่ใครบินมาถึงดึกก็ต้องเช็คเวลาเที่ยวสุดท้ายที่ออกจากต้นทางดีดีกันก่อนนะครับส่วนแผนที่นี้เป็นวิธีเดินทางจากสนามบินเข้าโตเกียวแล้วต่อไปอุซึโนะมิยะและปลายทางที่นิกโก้ ผมบอกได้แค่คร่าวๆ เพราะว่าอันที่่จริงตัวเองไม่ได้ไปวิธีนี้
nikko
แต่ไปด้วยวิธีแบบนี้ นั่งรถบัสจากหนามบินเลย ซึ่งมันใช้เวลานานกว่าวิธีนั่งชินคันเซนเป็นชั่วโมง แต่ไม่ต้องเสียเวลาลากกระเป๋าหลายทอด คือลากออกจากเทอร์มินอลก็โหลดขึ้นรถบัสได้เลย คือออกตัวเลยว่านี่เป็นญี่ปุ่นครั้งแรกฮะ 555 เจองเจอาอะไรตอนนั้นยังไม่รู้จักหรอก พอดีมีน้องสาวใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ บอกให้นั่งบัสจากสนามบินไปบ้านเค้าเลย ที่อุซึโนะฯ นั่นแหละ นัดแนะเวลาแล้วเค้าก็ขับรถมารอรับ เค้าบอกว่าจะได้ไม่งง ต่อเดียวถึง ก็เลยได้เส้นทางแบบนี้
nikko
คืนแรกในญี่ปุ่นของผมก็เลยได้สัมผัสบรรยากาศการนอนแบบเรียวกังไปโดยปริยาย อิอิ
nikko
เช้าวันใหม่ก็ลุยกันเลย
จากอุสึโนะมิยะ สู่ นิกโก้ 
ด้วยรถบ้านของน้องสาว ขับพาผมไปเที่ยว ผมเตรียมใบขับขี่สากลมาเหมือนกันเผื่อช่วยขับ แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร อ่ะ มามา ลุยนิกโก้กัน ขับรถไปประมาณ 40 กว่าโลก็ถึงใจกลางนิกโก้แล้ว ไม่ไกล เป้าหมายแรกที่เที่ยวจุดแดงๆ ไว้แล้วในแผนที่ เดี๋ยวจะไล่ไปเรื่อยๆ เอนทรี่นี้ผมจะขอพาเที่ยวแบบไม่เรียงตามไทม์ไลน์นะครับ สลับไปสลับมาเอาตามเส้นถนนใกล้ไกลเป็นหลัก
nikko
สถานี JR Nikko Station
ใครมาด้วยวิธีที่ผมบอกข้างบนคือนั่งชินคันเซ็นก็จะมาลงตรงที่สถานีนี้ มารอต่อบัส
nikko
สถานี Tobu Station
ส่วนใครที่ไม่ได้ใช้ JR pass จะมีวิธีนั่งต่อเที่ยวจากโตเกียวมาถึงนิกโก้คือไม่ได้นั่งชินคันเซนโดยนั่งรถไฟสาย Tobu-Nikko line จาก Asakusa Station อยู่ใกล้ๆ กับ Ueno Station ในโตเกียว มาลงที่สถานีโทบุ ซึ่งอยู่ติดๆ กับ JR Nikko station ห่างกันแค่เดินถึง สองร้อยกว่าเมตรแค่นั้น ต่อเดียวถึงก็สะดวกดี
nikko
ทั้งสถานี Tobu กับ Nikko คือจุดรอรถบัสแดง บัสแดงเป็นบัสที่จะพาเที่ยวในโซนท่องเที่ยวชั้นในของมรดกโลกนิกโก้ ผ่านสะพานแดง ศาลเจ้าโทโชกุ และที่เที่ยวอื่นๆ อีกนิดหน่อยที่ผมไม่ได้ไป อย่างเช่นวัดไทยูอิน
nikko
บัสแดงหน้าตาแบบนี้ สีแดงๆ มีคำว่า World Heritage อยู่หน้ารถ
nikko
ก่อนจะไปไหนต่อ อย่าลืมแวะหยิบแผ่นพับ ข้อมูลท่องเที่ยวต่างๆ ภายในสถานีทั้งสองกันก่อนนะครับ มีเพียบ
10 ไฮไลท์ NIKKO in summer
1) สะพานชินเคียว
สะพานไม้โบราณสีแดงชาด
gps: 36.753374, 139.603982
ถือเป็นจุดเช็คอินยอดฮิตอันดับต้นๆ ของคนมาเที่ยวนิกโก้ประตูสู่เมืองมรดกโลกนิกโก้ ใครมาต้องแวะทุกราย ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึง สะพานไม้สีแดงสวย ทอดข้ามสายน้ำของแม่น้ำ Daiya ที่ไหลมาจากทะเลสาบชูเซ็นจิ ตกเป็นน้ำตกใหญ่เคกอนแล้วไหลเป็นแม่น้ำมาผ่านมาทางสะพานชินเคียวแห่งนี้ ไม่ไหลธรรมดาด้วย กระแทกหินตึกๆ มาอย่างสวยงาม
nikko
2) ศาลเจ้าโทโชกุ
Toshogu Shrine
gps: 36.757328, 139.600003
ที่อยู่ของโชกุน Tokugawa Ieyasu (โทะกุงะวะ อิเอะยะซุ) และหลุมฝังศพของเค้า เป็นโชกุนคนสำคัญของประวัตศาสตร์ญี่ปุ่น ค่าเข้าชม 1,300 เยน เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน 8 โมงเช้า ปิด 5 โมงเย็น แต่เดือนพย.-มีค. จะปิดสี่โมงเย็น
nikko
ใบไม้ในฤดูซัมเมอร์ก็จะเขียวๆ หน่อย สวยแตกต่างจากตอนเปลี่ยนสีไปอีกแบบ
nikko
หน้าทางเข้าเจอปู่เป่านกหวีด นกหวีดจริงๆ 555 มีนกแกะสลักเกาะอยู่เลย แกทำเองขายเอง คุยกะแกๆ บอกว่ามานั่งขายอยู่ตรงนี้ประมาณ 60 ปีแล้ว ป๊าดดด อะไรจะนานทรหดขนาดนั้น น้องสาวผมคนในภาพ ก็เลยอุดหนุนแกไปอันนึง
nikko
ภายในศาลเจ้าโทโชกุ ที่เห็นตั้งเรียงๆ เป็นแท่น เค้าบอกว่าเป็นของที่เอามาถวายท่านโชกุน พวกชาวบ้านพ่อค้ารวยน้อยๆ ก็ถวายแบบธรรมดา ถ้าเป็นเศรษฐีมาถวายแท่นนี่ก็จะหรูๆ หน่อย ในภาพเป็นแบบธรรมดา
nikko
อีกมุมหนึ่ง สวยๆ
nikko
ม้าสีหมอก เป็นม้าลักษณะเดียวกับที่โชกุนเคยขี่ ตัวนี้เห็นว่ารับมอบมาจากตปท. เอามาเลี้ยงไว้ในคอก มีเวลาจูงออกมาเดินเล่นที่แน่นอน แต่ผมไม่ได้ถามเวลาอย่าพลาดมาชมตัวจริงนะครับ มันมีพลังงานบางอย่างเวลาจ้องมองม้าตัวนี้
nikko
มาศาลเจ้าโทโชกุกันแล้วอย่าพลาดมองหารูปแกะสลักลิงสามตัว ปิดหูปิดตาปิดปาก อันมีชื่อเสียงโด่งดัง บอกใบ้ให้นิดนึงอยู่แถวโรงม้านี่แหละ
รูปแกะสลักลิงปิดหูปิดปากปิดตา
 
nikko
ชมกันต่อ มันจะมีตรงศาลเจ้าเค้าจะปิดเพื่อทำการบูรณะมาหลายปีละ มาวันนี้เริ่มทยอยเผยให้เห็นแล้วครับ เสร็จเกือบสมบูรณ์แล้วครับ และเริ่มเปิดให้ชมด้านนอกแล้ว
nikko
ต่อไปก็เข้าไปชมสุสานโชกุนกัน ก่อนเข้าจะมีบ่อน้ำก่อไว้ให้ทำพิธีตักขึ้นมาด้วยตะบวยเล็กๆ ชำระล้างร่างกายให้สะอาดเป็นความเชื่อว่าร่างกายต้องบริสุทธิ์ก่อนย่างกรายเข้าไป
พิธีการชำระล้างก็คือมือขวาหยิบตะบวย หวักน้ำขึ้นมารดไปที่ฝ่ามือซ้าย สลับไปใช้มือซ้ายจับตะบวยแล้วรดมาที่ฝ่ามือขวา จากนั้นเปลี่ยนกลับไปใช้มือขวาจับตะบวยใช้อุ้มมือซ้ายรองน้ำไว้จ้วงใส่ปากอมๆ บ้วนทิ้ง เป็นอันเสร็จพิธีก็จับตะบวยเป็นแนวตั้งฉากด้ามชี้ลงพื้นไล่น้ำออกหมดแล้วก็วางคว่ำกลับคืนที่เดิม
สุสานโชกุน
 
nikko
ก่อนเข้าสุสานจะมีรูปแกะสลักอีกหนึ่งที่มีชื่อเสียง เจ้าของผลงานเดียวกันกับศิลปินที่สร้างรูปแกะสลักแมวปิดหูปิดตาปิดปาก นั่นคือรูปแกะสลักแมวนอนหลับ ลองหาดูกันนะครับสนุกๆ หาไม่เจอก็ถามเลย where is the sleeping cat 555
รูปแกะสลักแมวหลับ
 
nikko
นอกจากนี้บริเวณศาลเจ้ายังมีสิ่งมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมอีกแบบที่พลาดไม่ได้
เจดีย์โบราณ 5 ชั้น สีแดง
ต้นตำรับวิศวกรรม anti แผ่นดินไหว
 
nikko
โดยภายในจะใช้ระบบแขวนท่อนซุงยักษ์ห้อยจากยอดบนสุดใต้หลังคา ยาวทะลุทลวงทั้งห้าชั้นลงมันยันพื้น แล้วทะลุพื้นชั้นล่างลงไปใต้ถุน แขวนลอยอยู่แบบนั้น ทำให้เจดีย์นี้ให้ตัวได้ยามเกิดการสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว เป็นต้นแบบของการสร้างหอคอยโตเกียวด้วย
nikko
อีกมุมหนึ่งของเจดีย์ห้าชั้นผ่านป่า ตอนแรกเกือบมองไม่เห็น
nikko
ไปกันต่อครับ เปลี่ยนบรรยากาศไปชมธรรมชาติของนิกโก้มั่งน้ำตกเคกอน น้ำตกที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น
nikko
ออกจากศาลเจ้าก็มุ่งหน้ามาทางทะเลสาบชูเซ็นจิ มาได้สัก 8 กิโลก็เปลี่ยนเส้นทางแยกซ้ายไต่ภูเขา เป็นทางวันเวย์ขึ้นเขานะครับ ขับสบายไม่ต้องกลัวรถสวน แต่เส้นทางจะโคตรลดเลี้ยวเคี้ยวคดนิดนึง ขับไปต่ออีก 7 โลจะผ่านจุดชมวิวน้ำตกมุมสูงและมุมไกล จุดนี้ต้องแวะนะครับ อย่าพลาด วิวตระการตารอท่านอยู่ต้องใช้บริการกระเช้านิดหน่อย
nikko
จากนั้นก็ แถ่นแท้น
3) น้ำตกเคกอน
น้ำตก the must see ผมมานิกโก้เพื่อสิ่งนี้ ไหลตกได้อลังการมีฉากหลังเป็นทะเลสาบ อะเมชซิ่งสายตาสุดๆ เหมือนทะเลสาบรั่ว
-จุดชมวิวมุมสูงน้ำตกเคกอน
gps: 36.737354, 139.514294
kegon falls
หลังจากแวะจุดชมวิวแล้วก็ขับรถลงเขามุ่งหน้าเข้าหาทะเลสาบ แล้วก็เลี้ยวไปสู่ลานจอดรถใกล้ๆ น้ำตก เสียค่าธรรมเนียมเข้านิดหน่อย คนละ 550 เยน แล้วลงลิฟท์ (โห มาเที่ยวน้ำตกมีลงลิฟท์ด้วย ตะลึง) ออกจากลิฟท์ก็เดินผ่านอุโมงค์สว่างๆ ที่เย็นเฉียบถึงขั้นหนาว ไม่อยากนึกเลยว่าถ้ามาหน้า winter จะสั่นขนาดไหน
kegon falls
เดินทะลุอุโมงค์มาก็เจอกับภาพนี้ นะจังงัง เฮลโหลน้ำตกเคกอน ยิ่งใหญ่มาก
kegon falls
น้ำตกเคกอน
Kegon Falls
gps: 36.738103, 139.502207
ตัวน้ำตกไหลตกลงมาสายเดียวตรงๆ สูงกว่า 97 เมตร นับว่าสูงมากๆ และได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น
kegon falls
มาต่อครับ ที่เคกอนจะมีสายน้ำตกเยอะมากหลายทิศทาง มีเทรลเดินด้วย ใช้เวลาอยู่ที่นี่น่าจะได้หลายชั่วโมง แต่ผมได้แค่ sightseeing ชมชั้นหลักแล้วกลับเลยอันนี้อีกหนึ่งสายน้ำข้างๆ
kegon falls
แวบมาดูภาพรวมกันก่อน แผนที่แสดงจุดที่ผมจะพูดถึงในทู้นี้กันเราผ่านไปแล้วสามที่คือสะพานแดง ศาลเจ้า แล้วก็น้ำตกเคกอน มองจากแผนที่จะเห็นว่าใกล้เคกอนมี British กับ Italain Embassy Memorial อยู่ติดๆ กัน เป็นยังไงน่าแวะไปมั้ยตามไปชมกัน
nikko map
4) บ้านฑูตอังกฤษ
British Embassy Villa Memorial
gps: 36.726751, 139.485748
ออกจากน้ำตกก็ขับเลียบทะเลสาบเลาะฝั่งตะวันตกของทะเลสาบชูเซ็นจิ สองโลเศษๆ เท่านั้นก็มาเจอกับอดีตบ้านพักฑูตอังกฤษ ไม่มีไรมาก มาชมบ้านพักสวยๆ แนวโมเดิร์นริมทะเลสาบ ภายในบ้านจัดให้เดินวนชมได้ มีสองชั้น เพลินดี เหมาะมาเก็กท่าถ่ายพรอทเทรดด้วย เสียค่าธรรมเนียมเล็กน้อย คนละ 200 เยน
nikko
หน้าบ้านเป็นเฉลียงโล่งโป่ง เรียงโซฟาไว้นั่งชมวิว
nikko
ซึ่งวิวข้างหน้าที่นั่งชมก็คือวิวนี้ โอ่เย้ ทะเลสาบชูเซ็นจิ
nikko
ภายในตัวบ้านซอยเป็นห้องมากมาย มีสองชั้น ห้องทำงาน ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องรับประทานอาหาร เดินชมได้หมด ว่าอดีตท่านฑูตอังกฤษที่มาประจำที่นี่มีบ้านพักที่น่าอิจฉาเยี่ยงไรอันนี้โต๊ะทำงานหันออกหน้าบ้าน แหม่ ก็วิวทะเลสาบสิครับ ทำงานฟินเว่อร์
nikko
นายน้ำฟ้าเอง เต๊ะจุ๊ยเป็นเจ้าของบ้านหน่อย อ่ะ เซิญๆ เชิญนั่ง อิอิอิ
nikko
อีกมุมหนึ่งของบ้านท่านฑูตอังกฤษก่อนจาก เราจะเดินไปต่อบ้านอีกหลังกัน
nikko
5) บ้านฑูตอิตาเลียน
Italian Embassy House Memorial
gps: 36.725078, 139.485206
ติดๆ กับบ้านฑูตอังกฤษก็จะเป็นอดีตบ้านฑูตอิลาเลียน ฉีกสไตล์เลย หลังตะกี้ยังญี่ปุ่นแบบโมเดิร์นๆ อยู่ ท่านฑูตอิตาลีคงชอบแบบญี่ปุ่นวินเทจมากกว่า ใครมาแล้วต้องเก็บให้ครบทั้งอังกฤษทั้งอิตาลี
nikko
เห็นวิวทะเลสาบเช่นกัน แหงอยู่แล้วใครจะยอมอังกฤษล่ะ แต่ของอิตาลีมีท่าน้ำด้วย อย่างนี้ท่านฑูตอิตาเลียนคงชอบกิจกรรมแล่นเรือ
nikko
ห้องอาหารของท่านฑูต
nikko
ส่วนนี่ก็ห้องนอนท่านฑูต
nikko
นอนมองวิวทะเลสาบ Lake view จิมๆ น่าอิจ
nikko
อ้อ ค่าเข้าชม 200 เยนเช่นกันนะครับ คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 60 บาท
อ่ะ ไปกันต่อ จุดหมายต่อไปสลับเป็นแนวธรรมชาติอีกครั้งขับเลาะด้านเหนือของทะเลสาบที่ขนาบด้วยภูเขาไฟ Nantai ภูเขาไฟพี่บิ๊ก ใหญ่สุดในย่านนี้ Nantai หมายถึงผู้ชาย ภูเขานี้เปรียบเป็นเขาปู่ มันจะมีเขาที่เล็กกว่ารองลงไปอีกเขานึงชื่อเขาย่า ตอนนี้มุ่งหน้าไปหาอีกหนึ่งน้ำตกสุดสวย ระยะทางเพียง 8 โล
nikko map
6) น้ำตก Ryuzu Falls (ริวซู)
gps: 36.758941, 139.451330
เป็นน้ำตกขนาดเล็กแต่ไม่ได้สวยแค่น้ำตก มันลงตัวด้วยป่ารอบข้างอย่างแรง ที่นี่จะพีคสุดในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เพราะป่าหน้าน้ำตกทั้งหมดนี่จะพากันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสีแดงสีส้ม สวยสุดๆ แต่ว่าแต่ในหน้าซัมเมอร์แบบนี้สีเขียวชะอุ่มก็ดูร่มรื่นชื่นตาไปอีกแบบ ที่สำคัญชื่นใจที่คนโคตรน้อยด้วย
ryuzu falls
สายน้ำตกนี้เกิดจากลำห้วยที่เชื่อมสองทะเลสาบ คือไหลมาจากทะเลสาบ Yomoto ที่อยู่ด้านเหนือ มาตกเป็นน้ำตกริวซูก่อนไหลลงทะเลสาบชูเซ็นจิ มันจะมีเทรลเดิน 300 เมตรขนานไปกับด้านเหนือของน้ำตก เดินขึ้นก็ได้ แต่เดินลงเหมาะกว่า แต่ก็นะ ไม่ว่าจะสูตรไหนคุณก็ต้องไปกลับอยู่ดี ยกเว้นลงรถแล้วมีคนอีกคนขับไปรอรับอย่างผม อิอิ
ryuzu falls
จากริวซูก็พุ่งขึ้นทิศเหนือต่อ ไปอีก 2.2 โลชะลอรถเลยครับ เราจะผ่านจุดจอดรถจุดนึงที่เขียนว่าจุดชมวิวริมทาง
nikko map
7) Wetlandพื้นที่ชุ่มน้ำ
High Attitude Wetland 
Nikko National Park
gps: 36.777159, 139.450360
บริเวณนี้คือพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ ส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาตินิกโก้ พื้นที่ชุ่มน้ำ หรือ Wetland ที่มีขนาดกว้างถึง 4 ตร.กม. และเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่อยู่บนที่สูง ความสูงจากน้ำทะเลบริเวณนี้เฉลี่ย 1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีเทรลเดินเท้าระยะสั้นที่มีชื่อว่า Shizen Kenkyuro รอบๆ พื้นที่ที่ต้องใช้เวลาเดินกว่า 2 ชั่วโมง คนนิยมมาเดินชมธรรมชาติ ดอกไม้ นก แม้แต่นักถ่ายภาพที่นิยมภาพทางช้างเผือกก็นิยมมาล่าช้างที่นี่กัน สำหรับใครที่ไม่มีเวลามากก็สามารถแวะมายืนชมวิวเฉยๆ ตรงจุดนี้ ที่เรียกว่า Senjogahara View point เป็นจุดชมวิวริมทาง
wetland nikko
ชมวิวเวทแลนด์แป๊บๆ ก็ไปต่อละครับ ระหว่างทางเลาะเลื้อยไปตามเลคโยโมโตะ เลคเล็กๆ ที่เป็นต้นกำเนิดน้ำตกริวซู วิวริมเลคสวยมว้าก เลยจอดอีก
nikko
ลงไปชมวิวหน่อยเหลือบไปทางขวา ชะอุ๋ย นึกว่ายืนคนเดียวที่ไหนได้ มีคนปุ่นยืนแช่น้ำเหวี่ยงเบ็ดตกปลากันเป็นแถว
nikko
ไม่ได้อยู่รอดูว่าลุงเค้าจะได้ปลาอะไรจากทะเลสาบขึ้นมากินมั่งนะครับ เย็นมากละ ต้องไปต่อ
nikko
8) น้ำตกอุ่น Yutaki Falls (ยูทากิ)
gps: 36.795399, 139.428631
น้ำตกตัวที่สาม Yutaki Falls (เรียก Yutaki หรือ Yudaki ก็ได้ ) ว่ากันว่ามันเป็นน้ำตกอุ่น เนื่องจากเป็นน้ำที่ผุดมาจากแหล่งน้ำพุหลายๆ แหล่งรอบทะเลสาบ แต่ไม่ได้พิสูจน์อุณหภูมิแต่อย่างใด เรามาถึงเย็นมากละ แดดหมดไปแล้ว เลยได้ภาพน้ำตกอารมณ์ขมุกขมัวแสงน้อยนิด แต่ก็ถือว่าเป็นน้ำตกทรงดีอีกแห่ง มันไหลมาเล็กๆ แล้วบานออกเรื่อยๆ ผ่านโตรกผานูนๆ อวบอูมตรงหน้า อยู่ถ่ายภาพได้นิดเดียวก็ต้องเผ่น แมลงไรไม่รู้เริ่มบินมากัดตามแขนขา เจ็บคัน ที่สำคัญ…โดนอยู่คนเดียว! ได้ไง
yutaki falls
yudaki falls
9) น้ำพุร้อน Yomoto Hot Spring
gps: 36.808133, 139.424547
นิกโก้เป็นดินแดนแห่งออนเซ็น เฉกเช่นเดียวกันที่อื่นๆ ทั่วญี่ปุ่น คนไทยมาเที่ยวปุ่นก็นิยมที่จะต้องลงแช่น้ำแร่กัน นิกโก้มีแหล่งออนเซ็นชั้นดีหลายจุด Yomoto Onsen ก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่.. เราไม่ได้มาออนเซ็น จริงๆ ก็ว่าจะแหละ แต่เปลี่ยนใจกันก่อนเพราะ… หิว สำหรับไฮไลท์ตรงนี้คือเรามาชมแหล่งกำเนิดของน้ำแร่ออนเซ็นกันเลย บริเวณนี้คือตาน้ำร้อน
yumoto hot spring
มันจะมีเทรลเดินสั้นๆ
yumoto hot spring
การจะทดลองเอามือจุ่มต้องระวังหน่อยนะครับ อย่าเผลอไปจุ่มเอาที่ที่ร้อนจัด
yumoto hot spring
ทุกจุดที่เป็นน้ำพุเค้าจะสร้างแบบนี้ เรือนเล็กๆ คร่อมบ่อเลย
yumoto hot spring
มุมสูงกับโดรนนิดหน่อย บินอยู่เหนือพุน้ำร้อน หันลำลงทิศใต้ แลเห็นเลค Yomoto เป็นฉากใหญ่ พร้อมฉากหน้าโรงแรมรีสอร์ทออนเซ็นเรียงกันเป็นตับ เปิดดูในกูแมปจะเห็นว่ามีอยู่ประมาณ 6 โรงแรม ชี้ชัดว่าที่นี่แหล่งออนเซ็นยอดฮิตขนาดไหน
yumoto hot spring
แผนที่ wetland > yudaki falls > yomoto hot spring
nikko map
มาถึงไฮไลท์สุดท้ายละ
10) เนินเขาทุ่งดอกไม้ (คิริฟุริโควเกน)
Nikko Kirifurikogen Hemerocallis flat orchards
หรือ Kirifuri Highland
gps: 36.806753, 139.592753
คนไทยน่าจะยังมาเที่ยวที่นี่น้อยมาก แถมท้ายให้ เป็นอีกที่ที่น่าแวะเที่ยว แต่เส้นทางมันจะไม่เกาะกลุ่ม มันจะฉีกออกไปไกลหน่อย ประมาณ 11 กิโลตั้งต้นจากสถานีรถไฟ Nikko เนินเขาทั้งลูกปกคลุมไปด้วยทุ่งดอกไม้ ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปทั้งปี หน้าร้อนดอกลิลลี่บานสะพรั่ง หน้าสปริงก็มีกุหลาบพันปีขึ้น หน้าหนาวเห็นว่ากลายเป็นลานสกี มีเทรลเดินยาวมาก เดินไปกลับน่าจะไม่ต่ำกว่า 3-4 กิโล เนินเขาแห่งนี้อยู่บนความสูงประมาณ 1300 -1600 เมตร เป็นเนินสูงๆ ต่ำๆ สลับๆ ใครที่ชื่นชอบดอกไม้ธรรมชาติเนี่ยไม่น่าจะพลาดที่นี่ไปได้เลย แต่ถ้าใครไม่ชอบนะ ผ่านเลยครับ เพราะวิวแลนด์มองไปก็งั้นๆ
kirifuri highlandkirifuri highland
แผนที่ทางมา ตั้งต้นที่สถานีรถไฟ JR Nikko ระยะทางประมาณ 11 กิโล แต่จะเห็นว่าระหว่างทางมันจะผ่านน้ำตกอีกแห่ง!! Kirifuri Falls มารู้ตอนหลังว่าเป็นน้ำตกที่สวยมว้าก นึกๆ แล้วก็เสียดายไม่ได้แวะไป แง แง
nikko map
อันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ เลยเห็นนักท่องเที่ยวหนาตาหน่อย
kirifuri highland
ทางเดินกว้าง ลาดชันต่ำ บันไดขั้นตื้น เดินง่าย เพลินกะดอกไม้ได้เต็มที่
kirifuri highland
มีป้ายอธิบายให้ความรู้เรื่องดอกไม้ ได้ฟามรู้ไปเต็มๆ สิครัช … ถ้าอ่านภาษาปุ่นออก _ _”
kirifuri highland
เทรลเดินมันก็ขึ้นไปเรื่อยๆ นะครับ ยาวไปๆ เกินกิโล เห็นแบบนี้คือต้องมีเวลาจริงๆ ก็เลยเดินเล่นใกล้ๆ ชายขอบพอ
kirifuri highland
เก็บภาพดอกไม้เท่าที่เห็นมา ลึกๆ ขึ้นไปบนภูจะมีหลากชนิดขึ้นไปอีกแค่ไหนเชื่อว่าน่าจะอีกเยอะตามความสูงของพื้นที่
kirifuri highland
สุดท้ายก็ขอใช้บรรทัดนี้ขอบคุณน้องสาวที่มาใช้ชีวิตเป็นครูสอนภาษาไทยให้คนญี่ปุ่นอยู่ที่นี่ และไกด์พิเศษศิษย์เอกของน้อง คุณ Jun สายเลือดแท้ชาว Nikko ตอนนี้พูดไทยเก่งมาก น้องสอนดี อิอิ แกมาอาสาเป็นไกด์พาเที่ยวนิกโก้ เป็นคนอารมณ์ดี นิสัยวัยรุ่นกว่าอายุมากๆ
nikko
ขอบคุณอีกทีสำหรับไอศกรีมบังคับเลี้ยงจากคุณจุน ปกติมือของผมเนี่ยต้องถือเบียร์นะครัช 555
nikko
ท้ายสุดอีก แถมอีกนิด ชาวอุสึโนะมิยะขอฝาก เมนูเกี๊ยวซ่าแสนอร่อยนะครับ ใครผ่านมาทางหน้าสถานีรถไฟ JR Utsunomiya ข้ามฟากมาฝั่งตรงข้ามหาของกินได้ เป็นเวิ้งอาหาร หลายๆ ร้านจะเสริฟเกี๊ยว เมืองนี้เกี๊ยวดัง ดังจนมีการสร้างอนุสาวรีย์เกี๊ยวซ่า คิดดูละกัน ส่วนที่น้องผมพาไปกินคือ เมนูเกี๊ยวสิบสองรส คือเสริฟมาในจานสิบสองลูกๆ ละรส กินกันจนต้องสั่งเบิ้ล ตบตรูดด้วยเบียร์ญี่ปุ่นลองมันหลายๆ ยี่ห้อ
เกี๊ยวซ่าแห่งเมือง Utsunomiya
พิกัดร้านที่นั่งกิน gps: 36.558807, 139.899839
เกี๊ยวซ่าอุสิโนะมิยะ
แม้ทริปนี้จะเป็นเพียง sightseeing โฉบไปทีละนิดทีละหน่อยนะครับ แต่เนื่องจากได้คนนำทางเป็นเจ้าถิ่น คุณจุน ชาวนิกโก้ กับน้องสาวที่กลายเป็นชาวอุสึโนะมิยะไปแล้วเนื่องจากมาอาศัยอยู่ญี่ปุ่น 17 ปีแล้ว โดยเฉพาะคุณจุนเนี่ย อาศัยพาเที่ยวเลยเพราะเห็นว่าจะกลับมาไทยรีวิว เค้าก็อยากให้เมืองเค้ามีคนมาเที่ยวกันเยอะๆ ดังนั้นแม้จะเป็นญี่ปุ่นทริปแรกของผม อ่านแล้วต้องการสอบถามข้อมูลอะไรก็ถามได้ตอบได้นะครับ เพราะว่าจะไปหาคำตอบเอากับน้องสาวให้อีกที ถ้าน้องตอบไม่ได้ก็จะไปไล่ถามเอากับคุณจุนต่อ 555 แล้วพบกันใหม่รีวิวหน้า ผมจะพาไปพิชิตยอดภูเขา KINABALU ครับรับรอง …. จัดเต็ม

 

0

 likes / 0 Comments
Share this post:

Comments are closed.

Archives

> <
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec