21
Aug-2018

แกะกล่อง new Casio PRO TREK Smart Watch – WSD-F20A

wsd-f20a

 

แกะกล่อง

Casio PRO TREK Smart Outdoor Watch

WSD-F20A

 

ผมได้มีโอกาสแกะกล่อง wsd-f20a ซึ่งจะมาเปิดตัวครั้งแรกในไทย ที่งาน CENTRAL INTERNATIONAL WATCH FAIR 2018 บูธ CASIO G-SHOCK ชั้น 3 เซ็นทรัลชิดลม ในวันที่ 21 สค. ถึง 30 กย.นี้   

จากความที่เคยใช้ Pro Trek มาแล้วสองรุ่น ตั้งแต่ Sea Pathfinder, Pathfinder จนวันนี้ได้มา new Pro Trek เรือนนี้ ก็เลยขอเขียนถึงสักหน่อยในฐานะแฟนคลับนาฬิกาพันธุ์ outdoor ที่ผมมองหาฟังชั่นก์การทำงานที่ตอบสนองความต้องการเป็นอันดับแรก

WSD-F20A เป็นน้องใหม่ในอนุกรมของ Pro Trek Smart WSD-F20 รุ่นพี่สีแดงเพลิง  ตัวนี้มาในรหัส A ต่อท้าย ให้สีตัวเรือนเป็น Indigo Blue  ฟังชั่่นก์ทุกอย่างเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเลือกใช้ด้วยวัสดุใหม่บนตัวเรือนใหม่  ใช้ durable resin ไม่ใช่สแตนเลสสตีล ข้อดีคือทำให้น้ำหนักรวมเบาลงไม่เป็นภาระข้อมือ  และสนนราคาก็เบาลงเช่นกัน ถูกลงไปอีก 100 usd ในต่างประเทศ น้อยซะเมื่อไหร่ เรือนนี้จะวางจำหน่ายในงานในราคา 14,900 บาท

 

 

แกะกล่อง

เปิดออกมาดู ภายในกล่อง จะมี ตัวเรือน สายชาร์ต A/C adapter และใบรับประกัน

ขอปลดเจ้าดำเมี่ยมตัวโปรดเรือนเก่า  Protrek PRG 130y ออกจากข้อมือก่อน เจ้าดำเมี่ยม triple sensor อยู่ในสภาพการใช้งานที่เยินพอควรจากการใช้อย่างสมบุกสมบัน ลองวางเทียบดู wsd-f20a นั้นใหญ่กว่ากันทุกมิติ ตั้งแต่ตัวเรือนยันสาย เดาะบนมือดู นน.พอๆ กัน (92กรัมตามสเป็ค) ไม่ถึงขีด

หรี่ตามองเหมือนจะเป็นสีดำทูโทน คล้ายเจ้าดำเมี่ยมเรือนเก่าของผม  แต่พอเพ่งนิดนึงถึงจะเห็นว่ามีเหลื่อมสีน้ำเงินคราม หรือ Indigo Blue ตามที่ระบุอยู่ในสเป็ค

wsd-f20a

 

 

หยิบออกจากกล่องมาก็ต้องนำมาชาร์ตแบตก่อน

WSD-F20A ชาร์ตไฟด้วยขั้วแม่เหล็ก แตะปุ๊บติดปั๊บ แต่เป็นการติดด้วยอำนาจแม่เหล็กอ่อนๆ ไม่ได้มีรูทะลุเข้าไปในตัวเรือนแต่อย่างใด เนื่องจากตัวถังต้องออกแบบมาให้ทนแรงดันในน้ำลึก 50 เมตรด้วย

wsd-f20a

ใช้เวลาชาร์ตเต็มประมาณ 2 ชั่วโมง

ขั้นต่อไป เนื่องจากมันคือ smart watch ก็ต้องทำการจับคู่ หรือว่า pair กับ smart phone ของเรา เพื่อปลุกให้ WSD-F20A เข้าสู่เลเวลของความ smart

ความต้องการของระบบ  Android 4.4+ / iOS 9.3+

wsd-f20a

wsd-f20a

 

อันเนื่องมาจากมันคือ android wear ขุมพลังขับด้วย wear OS by google  ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้ smart watch สักเรือน smart ขึ้นมาได้ก็ต้องอาศัยการจับคู่ หรือ paired กับ smart phone และจะสมาร์ทเต็มขั้นก็ต้องจับคู่กับ smartphone ฝั่ง android ส่วนคนฝั่ง iphone อย่างผมล่ะ!! ไม่เป็นไร  ขอเพียงมี 2 อย่างนี้ iphone, บัญชี Gmail และมีเน็ต ก็สามารถเชื่อมต่อกับ play store ได้ แต่ต้องทำใจกับลูกเล่นบางอย่างที่เล่นไม่ได้ อะไรเหมือนอะไรขาดไป เช็คได้ที่ลิงค์นี้>> https://support.casio.com/wsd/common/file/Android_iOS_function_comparison_table_en.pdf

การจับคู่ หรือ pair กับมือถือนั้นก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร ซึ่งวิธีที่ง่ายแสนง่ายคือยกให้คนขายจัดการ pair ให้นั่นเอง อิอิ  หลังจาก paired สำเร็จแล้ว ต่อมันนาฬิกากับมือถือของเราก็ถือว่ารู้จักกันแล้ว มันจะเชื่อมต่อกันได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะมือถือพวกที่เป็น android ก็จะง่ายเป็นพิเศษ ในขั้นตอนการจับคู่กับมือถือนั้นจะมีการให้ตั้งค่าภาษาด้วย ซึ่ง wsd-f20a ตัวนี้รองรับได้มากมายหลายภาษารวมถึงภาษาไทย แต่! ไม่ว่าเราจะตั้งค่าในขั้นตอนนี้อย่างไร ภาษาจะถูกเปลี่ยนตามภาษาในมือถือเราอยู่ดีในตอนที่จับคู่กันแล้ว

wsd-f20a

 

 


 

มาดูลูกเล่นกัน เอาภาค offline ก่อน แบบที่ยังไม่ต้องแปลงกายเป็น smart watch ว่าเจ้า wsd-f20a ทำไรได้บ้าง

wsd-f20a มาพร้อมกับปุ่มเอนกประสงค์ที่มีชื่อว่า Tool ปุ่มนี้ผมชอบมากเป็นพิเศษ ฝังเครื่องมือ outdoor มาให้ 5+1 ชิ้น

ปุ่ม Tool ขุมพลังของปุ่มนี้มีอะไรบ้าง มาดูกัน

wsd-f20a

 

  1. Digital Compass เข็มทิศดิจิตอล จากเซ็นเซอร์แม่เหล็ก Geomagnetic Sensor

  2. Altimeter ความสูงจากระดับน้ำทะเล จาก Barometer Sensor + build-in gps

  3. Barometer ความกดอากาศ ใช้คาดหมายอากาศ

  4. Sunrise/Sunset โชว์เวลาดวงตะวันขึ้นตก พร้อมมุม azimuth ตำแหน่งที่ขอบฟ้า แถมด้วยช่วงเวลาเริ่มและหมดของทไวไลท์

  5. Tide Graph น้ำขึ้นน้ำลง และแนะช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับตกปลา

    ทั้งหมด 5 อย่าง และ + อีกหนึ่งอย่างคือ

  6. My Graph เป็นหน้าแสดงการเบิร์นแคลลอรี่ในร่างกายของเราตลอดวัน โดยแจกแจงเป็นแต่ละ adtivity ให้ด้วย อันนี้ที่ไม่นับรวมแต่แรกเพราะว่าปกติมันจะไม่ถูกแสดงไว้ นอกเสียจากเราจะสั่งให้เริ่มบันทึกพลังงานของเรา ทำงานด้วยการใช้เซ็นเซอร์ Acelerator และ Gyro Sensor จับความเคลื่อนไหวของนาฬิกาบนข้อมือของเรานั่นเอง แต่ไม่มี heart rate นะครับ ใครมองหานาฬิกาที่วัดการเต้นหัวใจได้ด้วยคงต้องข้ามตัวนี้ไป

 

มาดูการใช้งานกันทีละอัน

Digital Compass เข็มทิศดิจิตอล

เวลาจะอ่านทิศต้องพลิกหน้าปัดให้ระนาบกับพื้นเสียก่อนตามหลักเข็มทิศทั่วไป อย่าไปเอียงนาฬิกา ปรับให้ชี้ทิศได้ทั้ง True North และ magnetic North แล้วแต่การตั้งค่า  ที่เด็ดคือมีลูกเล่น  ล็อคทิศได้ โดยแตะหน้าจอเบาๆ หนึ่งครั้ง หลังจากล็อคทิศแล้วเคลื่อนที่ หน้าปัดจะบอกเราว่ากำลังเคลื่อนที่เบี่ยงเบนไปจากทิศที่ล็อคไว้มากน้อยแค่ไหน ใครสายป่าหรือกีฬาทางน้ำคงชอบ เหมือนเราขึงเส้น off- course เข้าหาเป้าหมาย

 

วิธีปลดล็อกทิศก็ทำง่ายๆ แตะเบาๆ อีกหนึ่งครั้งบนหน้าจอ

 

 


Altimeter ความสูง

ปกติถ้านาฬิกาเรือนไหนมีเซ็นเซอร์วัดความกดอากาศก็จะสามารถวัดความสูงได้ด้วย เพราะความกดที่เปลี่ยนแปลงนำมาคำนวณเป็นความสูงที่เปลี่ยนแปลงได้ แต่ความแม่นยำจะไม่มาก เนื่องจากอุณหภูมิในอากาศก็มีผลกับความกดเช่นกัน เช่นเดินๆ อยู่กลางแดดแล้วโดดเข้าไปนั่งขับรถเปิดแอร์เย็นเฉียบ ความกดเปลี่ยน แต่ความสูงควรต้องไม่เปลี่ยนด้วย ดังนั้นอานิสงของนาฬิกาที่มีชิปจีพีเอสฝังไว้ด้วยเราจะได้ค่าความสูงที่แม่นยำขึ้น สำหรับเจ้า wsd-f20a ตัวนี้มีให้เราตั้งค่า “แก้ไขระดับความสูงด้วยตำแหน่งที่ตั้ง” แต่อย่าไปเอาแน่เอานอนอะไรตัวเลขมันนัก ไม่ค่อยแม่นยำหรอก แต่เราก็สามารถประยุกต์มาใช้ได้ คือใช้มันอย่าง relative altitude ครับ คือ ณ ช่วงเวลาๆ หนึ่ง อากาศไม่ได้แปรปรวน ความกดนิ่งๆ เราใช้เจ้าตัวนี้เป็นตลับเมตรวัดความสูงได้ จะวัดว่าดาดฟ้าตึกนี้สูงจากชั้นล่างกี่เมตรก็ได้ เพียงแค่อ่านค่าครั้งสองครั้ง ที่ข้างล่างและที่ดาดฟ้า เท่านี้เราก็ได้ค่าความสูงของตึกจากผลต่างของ altimeter แล้ว และให้ผลค่อนข้างแม่นยำด้วย โดยมีความละเอียดเป็นหน่วย 1 เมตร (ไม่มีทศนิยม)

wsd-f20a

Altimeter จะมีสามหน้าจอ คือแสดงความสูง ณ ตำแหน่งปัจจุบัน และอีกหน้าจอแสดงกราฟเส้นความสูงย้อนหลังให้ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ใครปีนเขาแล้วไต่ๆๆๆ ขึ้นมายังไงดูที่จอนี้ได้เลย ส่วนอีกหน้าหนึ่งคือการแสดงผลในโหมดประหยัดพลังงาน

 


 

Barometer เดาฟ้าเดาฝน คาดหมายอากาศ!

wsd-f20a

ใช้แสดงค่าความกดอากาศรอบตัวเราในขณะนั้น สลับหน้าจอไปแสดงผลเป็นกราฟความกดอากาศใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาได้ด้วย ปกติเราใช้ความเปลี่ยนแปลงของตัวเลขความกดอากาศเป็นตัวคาดหมายอากาศ ว่าจะเจอฝนตกมั้ย ซึ่ง wsd-f20a ก็ดีไซน์หน้าจอความกดฯ ให้เป็นมาตรที่มีรูปดวงอาทิตย์ กับเมฆฝน  เอาจริงๆ ดูจากมาตรนี้ดูไม่ออกนะ เพราะ range ความกดมันกว้างเกินไป 260-1100 hPa ซึ่งตลอดทั้งวันถึงแม้ความกดอากาศจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเราอาจจะเห็นเข็มความกดแทบจะเรียกได้ว่าชี้อยู่ตำแหน่งเดียวไม่กระดิก ทำให้เรามองแนวโน้มไม่ออกจากหน้าจอนี้ เมื่อสลับไปใช้หน้าจอกราฟความกดฯ ช่วงของกราฟเค้าก็ออกแบบมาไม่ชันพอจะเห็นแนวโน้มได้อีก แต่. ผมพบว่าถ้าเราสลับไปดูความกดในโหมดประหยัดพลังงาน เราจะเห็นเส้นกราฟชันพอที่จะเห็นการแกว่งตัวและมองเห็นเป็นเส้นแนวโน้มได้ ลองนึกถึงภาพกราฟหุ้น ทีนี้เราก็พอจะคาดหมายอากาศในอีกชั่วโมงสองชั่วโมงข้างหน้าแล้วจากหน้าต่างนี้ ซึ่งมันจะเก็บสะสมความกดย้อนหลังให้ 23 ชั่วโมง จุดบนกราฟจุดละหนึ่งชั่วโมง ถ้ากราฟทิ่มลงก็มีแนวโน้มจะเจอฝน ถ้ากราฟเชิดขึ้นก็มีแนวโน้มจะไม่เจอฝน อย่างในภาพนี้จะเห็นว่าเส้นกราฟทำแนวโน้มทิ่มลงมาตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา และในที่สุดฝนก็ตก

wsd-f20a

 


 

Sunrise/Sunset

นอกจากจะบอกเวลาพระอาทิตย์ขึ้นตกแล้ว ทีเด็ดคือแสดงแถบสีทไวไลท์โซนด้วย ซอยย่อยออกเป็น civil twilight (แถบสีจางทำมุม 6 ํ จากขอบฟ้า และ nautical twilight (แถบสีเข้ม ทำมุม 12 ํ จากขอบฟ้า) ระบุเวลาเริ่มและหมดของแสงทไวไลท์เสร็จสรรพ จัดว่าเด็ด อันนี้น่าจะถูกใจคนชอบถ่ายภาพ โดยเฉพาะสายแลนด์สเครป หน้าจอแบบนี้ทำให้เรามองเห็นช่วงเวลากลางวันด้วย อย่างในรูปนี่เห็นเลยว่ากลางวันยาวกว่ากลางคืนนะช่วงนี้

wsd-f20awsd-f20aอีกหน้าต่างหนึ่งของ Sunrise/Sunset ที่มาในรูปแบบ Sun Position บอกตำแหน่งตะวันที่ขอบฟ้า เด็ดไปเลย

อย่างภาพนี้จะเห็นว่า ตะวันจะโผล่ขึ้นมาทิศตะวันออกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อย และจะลับฟ้าที่ทิศตะวันตกค่อนเหนือเล็กน้อยเช่นกัน


 

Tide Graph น้ำขึ้นน้ำลง และ Moon age ที่หายไป!

อันนี้ไม่สันทัดในการดู ส่วนตัวไม่ใช่คนชอบตกปลาด้วย ขอข้าม แต่คร่าวๆ ก็คือ ตารางน้ำขึ้นน้ำลงสามารถกำหนดได้ โดยค่า preset ที่มากับตัวนาฬิกา สำหรับไทยมี 3 ตาราง คือ Bangkok Bar, Ko Lak (ประจวบฯ), และ Ao Kaulak อันนี้ไม่ทราบหมายถึงเขาหลักพังงาหรือเปล่าก็ยังงงๆ ซึ่งดูแล้วมันน้อยไปหน่อย

wsd-f20a

เมื่อมีมาตรบอกน้ำขึ้นน้ำลงแล้วอันที่จริงมันก็ควรจะมี Moon face บอกพระจันทร์ด้วย แต่ดั๊นไม่มี เจ้าดำเมี่ยมเรือนเก่าของผมยังมีเลย ผมก็เลยลองใช้เจ้า wsd-f20a ออกเน็ตเข้า play store พิมพ์คำค้น Moon ผลการค้นหาออกมาเจอ app Moon Phase Pro แต่ต้องเสียตังค์ดาวโหลด ราคาไม่แพงครับ 33บาทเท่านั้น แต่ผมยังไม่รู้ว่ามันเจ๋งพอจะจ่ายตังค์หรือเปล่าก็เลยปัดหน้าจอหาผลการค้นอันอื่น ก็มาเจอ Moonie ฟรีด้วย เลยกดติดตั้งครับ แถ่นแท้น ได้มาละ Moon face ก็พอใช้ได้อยู่ แต่ข้อมูลน้อยไปหน่อย บอกเพียงว่าเป็นพระจันทร์ข้างขึ้น Waxing Gibbous ความสว่าง 67% และ Moon age: 9 วัน  ก็เลยถอนการติดตั้งไป แล้วก็เปลี่ยนใจไปติดตั้งแบบเสียตังค์ ทำตามขั้นตอนป้อน PIN นิดหน่อย ใช้เวลาอึดใจก็ได้ตัว Moon Phase Pro มาใช้ ผลปรากฏว่าแจ่มแจ๋ว มันออกแบบเป็น watch face หรือ skin ใหม่ของนาฬิกาด้วย  มี Moon rise/ Moon set ครบ เช็คกับเวป mooncalc.org เพื่อดูความแม่นยำปรากฏว่าเป๊ะเว่อ ชอบมากกก

wsd-f20a

 


Tool ตัวสุดท้ายในชุดที่ฝังในปุ่ม Tool

My Graph

หน้าต่างพิเศษ แสดงสรุปการเผาผลาญแคลลอรี่ต่อวันของเรา แยกประเภทความคลื่อนไหวให้ด้วย เป็น riding, resting, walking, running ด้วยเซ็นเซอร์ Accelerometer และ Gyro ที่คอยจับทุกความเคลื่อนไหวของนาฬิกาบนข้อมือเรานั่นเอง หน้าจอนี้จะแสดงจนกว่าเราจะสั่งให้การเริ่มบันทึก โดยเราจะต้องตั้งค่าพื้นฐานทางกายภาพของเราให้มันรับรู้เสียก่อน อาทิ ส่วนสูง น้ำหนัก และสวมนาฬิกาข้างไหน

wsd-f20a

หมายเหตุ : * ทุกโหมด สามารถแสดงผลในโหมดประหยัดพลังงาน MonoChrome ได้

จบเรื่องของปุ่ม Tool ซึ่งมาถึงตรงนี้มันก็เหนือชั้นไปกว่าเจ้าดำเมี่ยมตัวเก่าของผมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพียงแค่ปุ่มเดียว!

อันนี้คลิบการเปลี่ยนโหมดต่างๆ ในปุ่ม Tool


ปุ่มต่อไป

ปุ่มกลาง

นอกจากใช้เป็นปุ่ม power on ตอนเปิดเครื่องครั้งแรกแล้ว (จะ off  ก็ปุ่มนี้ แต่คงไม่ค่อยได้ปิดเครื่องกัน)  และยังทำหน้าที่กระตุกให้นาฬิกาออกจากโหมดประหยัดพลังงาน หรือโมโนโครม เข้าสู่โหมดสี เพื่อเข้าสู่กราฟฟิคเต็มรูปแบบ หน้าปัดล่าสุดที่เราติดตั้งอยู่ก็จะสว่างขึ้นมา  watch face คือลูกเล่นเด่นของพวกนาฬิกา smartwatch ที่เราสามารถเปลี่ยนได้เรียกว่าเป็นร้อยๆ พันๆ หน้ากาก และมันไม่ใช่แค่เป็นการเปลี่ยน skin นะ มันเป็นยิ่งกว่ายิ่งกว่า skin อีก เพราะแต่ละ watch face บรรจุ API ต่างๆ ไว้เข้าฟังชั่นหรือลูกเล่นแตกต่างกันไปตามธีมหรือดีไซน์ของแต่ละหน้าปัด

โดยเบื้องต้นใส่มาให้ 9 แบบ แต่ตอนผมติดตั้งเชื่อมต่อกับมือถือแล้วทำการอับเดทเวอร์ชั่น (มันจะมีข้อความเตือนเมื่อมีอับเดทใหม่) ก็ได้หน้าปัดใหม่เพิ่ม ซึ่งก็ชอบกว่า 9 แบบแรกอีก

นี่ไง ตัวนี้ชื่อ Classic แต่ลูกเล่นเพียบบนความเรียบหรู แสดงผลสองรูปแบบ positive และ negative display

wsd-f20a

 

และนี่คือภาพ watch face ชุดเริ่มต้นที่มีมาให้พร้อมกับเครื่อง

wsd-f20a


 

ประสบการณ์การใช้งานจริงในช่วงไม่กี่วันก็ถือว่าประทับใจ แม้ว่าช่วงแรกจะขลุกขลักหน่อยกับการเช็คแฮนด์กับไอโฟน แต่ก็ขอแนะนำสำหรับใครที่อยากจับจองเป็นเจ้าของ หากต้องการการทำงานเต็มประสิทธิภาพและลูกเล่นที่จัดเต็ม  ควรใช้มือถือฝั่งแอนดรอยมารองรับ

ปิดท้าย เล่าประสบการณ์ใช้งานจริง ตอนแรกก็มีคิดนะครับว่า เอ๊ เจ้าสมาร์ทวอทช์เนี่ยมันสมาร์ทก็จริงแต่ก็ต้องพึ่งพาสมาร์ทโฟน แล้วอย่างนี้ก็ใช้มือถือก็หมดเรื่องจะไปพึ่งพานาฬิกาทำไม วันหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ข้อมือก็สั่นตื๋ดๆๆ แล้วก็มี notifications ต่างๆ เด้งขึ้น อีกครั้งนึงก็ตอนช็อปปิ้งหิ้วของพะรุงพะรัง ข้อมือก็ตื๋ดๆๆ อีก แค่พลิกข้อมือดูก็รับแจ้งเตือนต่างๆ ได้แล้ว เออแฮะ มันก็มีประโยชน์ตรงที่เข้ามาเป็นส่วนขยาย extended ของสมาร์ทโฟนได้ด้วยนี่เอง มาไม่ว่าจะเป็น incoming call, sms, Gmail, msg, LINE, PAGE ดึ๋งๆๆๆ ขึ้นมาผ่านหน้าปัดนาฬิกาเราได้หมด มันก็ฟินดีนะ

wsd-f20a

อ้อ จอมอนิเตอร์ยังเป็น Mineral glass สู้แดด ยิ่งเจอแดดยิ่งสู้ ยิ่งสุกสว่าง

 

ตอนไปตีแบดก็ให้มันบันทึกการเบรินแคลลอรี่ได้ มีหมวดกีฬาให้เลือกเป็นสิบ ตอนแรกนึกว่าแบดมินตันจะไม่มีแต่ก็มีจนได้ 555

wsd-f20a

 

 

อันนี้ภาพตอนมีโทรศัทพ์เข้าจะเป็นอย่างนี้ ซึ่งพอเรากดรับมันจะไปดังที่โทรศัพท์เรานะไม่ใช่ที่นาฬิกา อ้อ นอกจากนี้เจ้า wsd-f20a ตัวนี้ยังมีลูกเล่นดูภาพได้ด้วย โดยผมไปโหลดแอฟ photo มา มันก็ดึงภาพจากไหนของผมมาก็ไม่รู้มาให้ผมดู งงไปเลย ภาพเก่ามากจนเกือบจำไม่ได้ เตือนความทรงจำเป็นอย่างดี

wsd-f20a

ก็ขอรีวิวสั้นๆ ไว้แค่นี้นะครับ ลูกเล่นเอาจริงๆ ยังมีอีกเยอะมากๆ โดยเฉพาะลูกเล่นฝั่ง smart watch ที่เข้าแถว line up ผ่านทาง play store เข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งจะมีแต่มากขึ้นๆ ล่ะครับ

 

ใครสนใจก็ลองโฉบไปสัมผัสตัวจริงได้ที่งานนะครับ ที่

CENTRAL INTERNATIONAL WATCH FAIR 2018 บูธ CASIO G-SHOCK ชั้น 3 เซ็นทรัลชิดลม ในวันที่ 21 สค. ถึง 30 กย.นี้

0

 likes / 0 Comments
Share this post:

Comments are closed.

Archives

> <
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec