road trip in fukushima fall season

ขับปล่อยใจ

Road Trip Aizu in Fall season 2018

ตอนที่ 1

 

นี่เป็นการกลับมาดินแดนไอสึอีกครั้ง ในฤดูเดิม Fall season เพิ่มเติมคือการกลับมาครั้งนี้เช่ารถขับเองตลอดทริป ไอสึคือดินแดนฝั่งตะวันตกทั้งหมดของจังหวัดฟุกุชิมะ กินพื้นที่กว่า 40% ของจังหวัด พื้นที่เกือบทั้งหมดเป็นภูเขา มีที่ราบอยู่น้อยมาก ซึ่งที่ราบที่เรียกว่าแทบจะเป็นที่ราบแห่งเดียวก็คือเมือง Aizuwakamatsu ศูนย์กลางของดินแดนไอสึนั่นเอง  การขับรถเที่ยวเองในญี่ปุ่นนั้นง่าย ถ้าคุณขับในไทยได้ก็ขับที่นี่ได้และง่ายกว่า ข้อดีของการเดินทางวิธีนี้คือคุณจะไปได้ไกลขึ้น นอกเส้นทางได้มากขึ้น อยู่แต่ละที่ได้ตามใจตัวเองขึ้น เห็นได้มากขึ้น อิสระขึ้น ไม่ต้องมานั่งพะวงตารางเวลารถไฟรถเมล์

ต่อไปนี้คือรีวิว road trip in ดินแดนAizu ในช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วง บนแพลนขับปล่อยใจ 5Days 5Nights ค่ำไหนนอนนั่นกับที่พัก 5 ที่ มาดูกันว่าเราตะลอนได้ feel อะไรกันมาบ้าง กับทริปขับรถสบายๆ ขับไปเรื่อยแบบเอื่อยๆ ไปแบบทวนกระแส  ปะปะไปกัน

 

//ทริปนี้เดินทางในระหว่าง 9 Nov.2018 – 15 Nov.2018

 

  • Day0 บินลัดฟ้าสู่ Aizu-wakamatsu
  • Day1 เริ่ม road trip ออกจากเมือง ขับวนรอบทะเลสาบ Inawashiro ปลายทาง Urabandai highland
  • Day2 Bandai Azuma Lake Line และ Bandaisan Gold Line แล้วบ่ายหน้าสู่ลุ่มแม่น้ำ Tadami
  • Day3 ขึ้นเขาไปชม Lake Numazawa ตะลอนไปตามสายแม่น้ำ Tadami ชมวิวหมู่บ้าน Oshi  แล้วตัดเขาข้ามฟากไปแถบ Shimogo
  • Day4 โฉบไปดูผาหินล้านปี Tonohetsuri ตะลอนใน Shimogo แล้วตรงไปนอนเล่นเรียวกังออนเซ็นในหมู่บ้านออนเซ็นในหุบเขา Higashiyama Onsen Village
  • Day5 เที่ยวไปตาม Higashiyama route ตามหาน้ำตกสองแห่ง ย้อนกลับเข้า Aizu wakamatsu เที่ยวปราสาทนกกระเรียน คืนรถจบทริป
  • Day6 บินกลับไทย

 

เส้นทาง road trip ทั้ง 5 วัน

aizu region map

 

Day0 ลัดฟ้าสู่ Aizu-wakamatsu

สำหรับ newbie ญี่ปุ่น วิธีบินลัดฟ้ามาไอสึง่ายๆ ตามลิงค์นี้นะ http://www.namfapakhao.com/how-to-go-aizu-wakamatsu/

 

ขอแนะนำ JR EAST PASS (Tohoku area) ชนิด Flexible 5-day pass ใช้อิสระได้ 5 วัน ภายใน 14 วันนับจากวันแรกที่เริ่มใช้ เหมาะสุดสำหรับทริปนี้ แม้เราจะเช่ารถขับเป็นส่วนใหญ่ ใช้สิทธิแค่สองวัน วันไปวันกลับก็ยังช่วยประหยัดตังค์ให้เราได้เยอะ แนะนำให้ซื้อจากเมืองไทยมาเลยถูกกว่ามาซื้อที่นี่

 

Narita airport Ter.1/Ter.2,3 →  NEX → Tokyo Station 3,017 yen

Tokyo Station → Shinkansen → Koriyama Station 8,200 yen (reserved seat)

Koriyama Station → Ban-Etsu west line → Aizu-Wakamatsu 1,144 yen

รวม 12,361 yen ไปกลับคูณ2 = 24,722 yen

ราคา JR East Pass ซื้อจากเมืองไทย 19,000 yen เซพเงินไปได้  5,722 yen

หาซื้อได้ที่ https://japanallpass.com/jr-east-pass-tohoku-area/

jr east pass tohoku flexible 5 day

 

aizuwakamatsu map

ภาพแสดงเวลาที่ใช้บนขบวนรถไฟทั้งสามต่อ ไม่รวมเวลาเปลี่ยนขบวน

 

ข้างล่างนี้เป็นตารางเวลาผสมระหว่าง Narita Express, Shinkansen, และรถไฟสายท้องถิ่น Ban-Etsu West Line เซพติดตัวไว้ได้เลย เพราะเราต้องต่อรถไฟถึงสามต่อตารางเวลาจึงจำเป็น เพื่อจะได้เผื่อเวลากันได้ถูก ยิ่งขากลับสนามบินยิ่งสำคัญ จะได้รู้ว่าต้องเช็คเอาท์ออกจากที่พักกี่โมง จับรถไฟให้ทันเที่ยวกี่โมง เพื่อไม่ให้ตกเครื่องบิน

ยกตัวอย่าง สมมุติเป็นเที่ยวขากลับออกจากไอสึจะไปสนามบิน ไฟล์ทบินกลับอยู่ที่ 17:30 Narita airport Terminal 1 ถ้าผมจะต้องไปให้ทันเวลาเปิดเช็คอิน 3 ชั่วโมงล่วงหน้า ก็คือต้องไปถึงสนามบิน 14:30 ในที่นี้เราก็ดูไปที่ตารางฝั่งขากลับ มองไปช่องขวาสุด Nex arrival time ไล่ลงไปเรื่อยๆ จนเจอเวลาที่ใกล้เคียงที่สุดคือ 14:29 จากนั้นก็ไล่กลับมาซ้ายสุดของตารางขากลับ ก็จะเห็นว่าต้องออกจากสถานีไอสีวากามัตสึให้ทันเที่ยว 09:54 เพื่อจะไปต่อชินคันเซนที่โคริยามะให้ทัน ซึ่งมีชินคันเซนให้ต่อได้สองขบวนคือ Yamabiko136 ออกเวลา 11:30 กับYamabiko42 ออกเวลา 12:05 แล้วไปต่อ NEX ที่โตเกียวสเตชั่น ขบวน NEX27 หรือ NEX29 และจะถึงนาริตะ 13:56 หรือ 14:29 นั่นเอง

  nex shinkansen ban etsu west line timetable

 

สำหรับในวันแรกก็ไม่มีอะไรมาก เดินทางอย่างเดียว เรามาถึงเมือง Aizu-wakamatsu เมืองตั้งต้นของทริป ศูนย์กลางภูมิภาคไอสึ บ่ายสาม  ที่พักอยู่ติดสถานีรถไฟ ลงรถไฟมาก็มองเห็นแล้ว ลากกระเป๋าข้ามม้าลายทีนึงเลี้ยวซ้ายอีกนิดนึงก็ถึงแล้ว 190 เมตรเท่านั้น

 

โรงแรม toyoko inn

ที่พักราคาประหยัด
ดูรีวิวที่พักนี้ได้ที่ >> 7 ที่พัก ดินแดน Aizu

toyoko inn

แต่ว่าโรงแรมที่นี่เช็คอิน 16:00 เราจึงฝากกระเป๋าไว้ที่ล็อปบี้แล้วเดินไปตุนของกินที่เซเว่นใกล้ๆ ระหว่างทางไปเซเว่นก็เจอสวนหย่อมเล็กๆ กับสีสันใบไม้เปลี่ยนสีต้อนรับการมาเยือนไอสึเป็นจุดแรก

aizu wakamatsu aizu wakamatsu aizu wakamatsu

 

 

สำหรับไอเท็มสำคัญต่างๆ ที่เตรียมมาเบื้องต้นก็มี

  • ใบขับขี่สากล+พาสปอร์ต เป็นเอกสารสำคัญสำหรับรับรถ
  • Google Maps อันนี้ขาดไม่ได้ไม่งั้นไม่รู้ทาง
  • Pocket wifi ไม่งั้นใช้กูเกิ้ลแม๊พไม่ได้ หนนี้ใช้บริการ Samurai Wifi เช่นเดิม
  • และอีกหนึ่งไอเท็มเล็กๆ น้ำยาบ้วนปากชนิดซองพกติดกระเป๋าขึ้นเครื่อง แบบว่านั่งเครื่องบินไฟล์ทกลางคืนไง

jr pass, hom hom, samurai wifi

 


 

Day1 Inawashiro Lake-Urabandai Highland

เส้นทางวันแรก 102 กิโลเมตร แพลนว่าจะขับไปรอบๆ ทะเลสาบ Inawashiro ทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของญี่ปุ่น แล้วไปจบบนที่ราบสูง Urabandai นอนที่นั่นคืนนึง

aizu travel guide map

 

โรงแรมส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นให้เช็คเอาท์สิบโมง ซึ่งเร็วมากนะ แต่ we don’t care เพราะweจะออกแต่เช้า จะไป rent a car  รับรถเริ่มทริปขับปล่อยใจไปให้สุดๆ เรานัดรับรถกันแปดโมง เป็นเวลาที่เช่ารถเปิดทำการพอดี ซึ่งก็อยู่ใกล้ๆ ที่พัก เดินมาไม่ไกลก็ถึง

TOYOTA Rent a car https://rent.toyota.co.jp/eng/index.aspx  

ค่าเช่าเที่ยวนี้เราโดนไปวันละ 7,776 yen แพงกว่าหนที่แล้วเล็กน้อย รวมประกันภัยแล้ว เป็นเก๋งขนาดเล็ก compact size การขับรถในญี่ปุ่นนั้นไม่ยากนะ ง่ายกว่าขับในบ้านเราเยอะ สิ่งที่ต้องเตรียมมาก็คือพาสปอร์ตและใบขับขี่สากล

 

คอนเซ็บทริปนี้ไม่มีอะไรมาก ไม่ได้คาดหวัง หลายๆ ที่ใบไม้เปลี่ยนสีหน้าจะเลยจุดพีคไปแล้ว ก็เอาเป็นว่ามาขับรถเล่นสวยก็จอด เที่ยวนอกกระแส ลองเปลี่ยนมาค้นหาเสน่ห์ใบไม้ร่วงกิ่งโกร๋นแทน แค่เริ่มต้นคิดแบบนี้ก็สบายใจละ เจอใบไม้สวยก็เฮ เจอกิ่งโกร๋นก็ .. แล้วไงเหรอ

 

ไปครับ ล้อหมุนแล้ว ออกจากเมืองมาได้เล็กน้อยก็เจอสีเหลืองของต้นแปะก๊วย แตะเบรคเลย แล้วก็กลับรถวนเข้ามาจอดสวยๆ เหลืองซะขนาดนี้ ถึงเป็นแค่ parking lot เวิ้งว้างว่างเปล่าแห่งหนึ่งก็เถอะ ดีซะอีกไม่ต้องไปไกลถึง Azuma park ในเมืองฟุกุชิมะที่ข่าวว่ากำลังพีค เราเอาแค่นี้แหละ 555 เอาจริงนี่เพิ่งเห็นใบแปะก๊วยเป็นครั้งแรกนะเนี่ย ^^

ไม่ใช่แค่ใบแปะก๊วยที่เหลืองไปทั่ว ต้นไม้รอบๆ ก็พากันเปลี่ยนสีใบเป็นสีแดงสีส้ม

 

แค่สิบกว่าโลกับทางสายเล็กๆ เราก็ทะลุมาถึง Lake Inawashiro เป็นทะเลสาบฝั่ง Aizuwakamatsu ชอบนะวิ่งบนถนนสายชนบทของญี่ปุ่น คือมันปลดปล่อยจริงๆ ใช้ทิศทางขับทวนเข็มไปฝั่งเมือง Inawashhiro เอาจริงๆ ถ้าวิ่งรอบเลยเนี่ยได้ 50 กิโลเลยนะ 

นี่มุมแรกที่ได้จอดรถ ฟ้าช่างไม่เป็นใจ ไม่เป็นไร มันก็สวยไปอีกแบบ ฝนโปรยเป็นละออง ไม่เป็นไร มันก็ได้ฟิลทำมิวสิค ลมแรงเดินตัวเอียง ไม่เป็นไร กระชากอารมณ์ดี ลงมายืนสูดอากาศนิดเดียวต้องรีบเผ่นกลับขึ้นรถ ไม่ไหว หนาว บรื๋ย

 

ขับไปสักพักฝนเริ่มจาง  หมู่บ้านเล็กๆ ในชนบท กับฉากหลังครึ่งเขียวขจีครึ่งป่าเปลี่ยนสี สวยดีมีเคล้าสายหมอกฝนไกลๆ

 

ขับไปอีกสักพักแดดอ่อนๆ ก็ออก สีสันป่าเปล่งประกาย สวยขึ้นจมกระเบื้อง

 

และนี่ คือจุดแรกที่ปักหมุดไว้ว่าตั้งใจจะมาเห็น ทะเลสาบอินาวาชิโร่ฝั่งทิศใต้ที่เป็นเวิ้งอ่าวสวย ที่ภาพไปปรากฎตามโปสเตอร์ต่างๆ ที่โปรโมททะเลสาบแห่งนี้

สวยนะ เมฆเยอะไปนิดกลบยอดภูเขาไฟ Bandai จนกลืนหาย ไม่เป็นไร ได้เท่าไหนเอาเท่านั้น แค่นี้ก็สวยละ

ใครสนใจพิกัดจุดนี้ นี่เลย https://goo.gl/maps/tDLtbGmbXrz

จากนั้นก็ขับเลาะทะเลสาบจนมาโผล่ทิศเหนือฝั่งเมืองอินาวาชิโร่  เที่ยงพอดีก็แวะหาข้าวกิน แล้วก็มาสิ้นสุดเส้นทะเลสาบกันที่นี่ Naga Beach  หรือหาดเป็ดหงส์ ตั้งชื่อเอง  คือมันจะมีทั้งหงส์ทั้งเป็ดอยู่เต็มหาด คนชอบแวะมาดูเราก็เลยแวะมามั่ง  แต่ไม่เจอหงส์ ยังไม่ถึงฤดูอพยพมาจากไซบีเรีย ต้องหน้าหนาวกว่านี้

 

เราหันหลังให้ทะเลสาบ ตรงมายังที่ต่อไป

Inawashiro Herb Garden

มันจะเป็นสวนไม้ดอก สวนพืชสมุนไพร ของโรงแรม Listel Inawashiro Honkan น่าเสียดาย มาเลยจุดพีคของทุ่งหญ้าสีแดงไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง มาวันนี้โรยหมดเกลี้ยง แต่ก็พอมีสีสันของไม้ดอกไม้ใบชนิดอื่นให้เดินถ่าย ข้อดีของการมาหลังช่วยพีคก็คือไร้คนครับ 555 สวนเป็นของเราแต่เพียงสองคน

 

เดินทางกันต่อสู่ที่ราบสูง Urabandai  และนี่คือวิวข้างทาง ที่มองเห็นภูเขาไฟ Bandai แบบจะแจ้ง ไร้สายไฟมาขวางกั้น และท้องทุ่งนาตรงหน้าถ้ามาหน้าเขียวๆ มุมนี้จะเจิดจรัสขึ้นอีกสิบเท่าตัว  จดพิกัดกันไว้ได้เลย https://goo.gl/maps/NGwK9q4c9wy สำหรับวันนี้เราก็ชมทุ่งนาแห้งๆ ไปก่อน

 

บึง5สี Goshiki-numa

สามโมงกว่าๆ แค่นั้นแต่แสงเหมือนใกล้หมด! ใช่แล้ว ที่ละติดจูด 37 องศาเหนือแบบนี้กับฤดูกาลที่แกนโลกซีกบนทำมุมห่างดวงอาทิตย์ขึ้นไปเรื่อยๆ แบบนี้กลางวันย่อมสั้นกว่ากลางคืนมาก ตะวันลับฟ้าเร็วครับ สี่โมงครึ่งก็แตะขอบฟ้าแล้ว นี่ยิ่งขึ้นมาบนที่สูงที่มีแต่ภูเขาตะวันยิ่งลับเร็ว ยังไม่ทันจะสี่โมงก็เตรียมลับเหลี่ยมเขาแล้ว

เราจองที่พักไว้แถวข้างหน้านี้เอง ยังพอมีเวลาก็เลยโฉบมามองราดราวบึง5สีซะทีนึงก่อนที่พรุ่งนี้เช้าจะมาซ้ำกันอีกรอบ  เกินกว่าที่คาดคิดไปเยอะ ต้นไม้ปลิดใบแทบเกลี้ยงป่า มองในแง่ดีมันก็ทำให้ต้นที่ยังไม้ทิ้งใบดูเด่นขึ้น

 

กิ่งโกร๋นเหล่านี้ดูดีดีก็ทำให้ป่ามีเสน่ห์และคลายความเร้นลับว่ามั้ย

 

ความรู้สึกตอนนี้คือมันช่างสุขสงบ เรียบง่าย ไม่หวือหวาไม่ฉูดฉาดร้อนแรง ผนวกกับอากาศเย็นๆ ที่ห่อหุ้ม นี่น่าจะเป็น The hidden beautiful of fall season อย่างแท้จริง ว่าไปแล้วฤดูกาลนี้โทนอารมณ์หลากหลายที่สุด ตั้งแต่ใบไม้ที่ค่อยๆ เปลี่ยนเฉดสี สวยไปทั้งป่าทั้งเมือง แล้วก็ค่อยๆ พากันปลิดใบทิ้ง ปลิวไปตามสายลม จนเหลือแต่กิ่งโกร๋นหงิกงอ ชวนฝันไปอีกแบบ! มันถึงเป็นฤดูที่มีหลายชื่อไง Autumn เปลี่ยนสี และ Fall ปลิดใบ หรือร่วงหล่น  

 

สำหรับระยะทางวันนี้ เราขับมา 102 กิโล และที่นอนสำหรับคืนนี้ก็คือ

Hotel IL Regaro

Kitashiobara-mura, Yama-gun, Fukushima-ken

ห้องนอนกว้างที่สุด ห้องน้ำกว้างที่สุด ในทริปนี้อยู่ที่นี่  อยู่เยื้องทางเข้าบึง5สีนั่นเอง การไม่ต้องย้อนกลับไปนอนเมืองจะทำให้พรุ่งนี้เราได้เที่ยวกันต่อแบบ continue

ดูรีวิวที่พักนี้ได้ที่ >> 7 ที่พัก ดินแดน Aizu

 


Day2 Bandai Azuma Lake Line และ Bandaisan Gold Line แล้วบ่ายหน้าสู่ลุ่มแม่น้ำ Tadami

 

Good morning ที่ราบสูง Urabandai เช็คเอาท์แต่เช้าตรู่เช่นเคย นี่คือป่าหน้าลานจอดรถที่พัก ตอนพีคๆ คงสวยสุดๆ ส่วนตอนนี้น่ะเหรอ สวยโปร่งตาไปอีกแบบไง มีเสียงน้ำไหลในลำธารดังชัดไกลๆ มาจากหุบป่าหลังป่า คงเป็นลำน้ำที่ไหลมาจากใต้ทะเลสาบ Onogawa ใกล้ๆ นี้นั่งเอง  อยากลัดป่าลงไปดู แต่อย่าเลย I am too lazy

 

กลับมาบึง5สีอีกครั้ง ด้วยความหวังว่าเมื่อบึงต้องแสงมันจะต้องเปล่งประกายกว่าเมื่อวานอีกหลายขุม  อากาศเช้านี้สดใสกว่าเช้าเมื่อวาน มีแดดเบาๆ กับอากาศเย็นๆ ฟิน และแม้นทั่วทั้งป่าจะมีแต่ไม้กิ่งโกร๋น แต่มุมเอกมุมนี้เจ้าต้นโมมิจิยังแข็งแกร่งแดงจัด

มุมมหาชนมุมนี้แม้ไร้ใบก็ศิลป์ไปอีกแบบ

 

Bandai Azuma Lake Line

ขับขึ้น Lake Line ไปดูซิยังมีสีสันของป่าให้ชมแค่ไหน  เส้นทางสายนี้มีระยะทางสั้นๆ เพียง 13 กิโล ขึ้นเขาไปตามแนวที่สามารถมองเห็นทะเลสาบถึง 3 แห่ง Lake Onogawa ทางด้านเหนือที่อยู่ติดที่พักเราเมื่อคืนและมีถนนสายนี้คั่น, Lake Akimoto ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ และ Lake Hibara ทะเลสาบใหญ่สุดที่อยู่ไกลลิบไปทางทิศตะวันตก เมื่อปีที่แล้วตั้งใจมาขับเส้นนี้ แต่เจอทางปิดทำให้ปีนี้ต้องมาล้างตา

ความสวยลดลงจากช่วงพีคสุดไปเยอะสุดต่ิง แต่ก็ยังนับว่าเป็นเส้นที่น่าขับรถเล่นอยู่ดี

 

Nakatsugawa Bridge

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีพระเอกสุดของเส้นทางสาย Lake Line ตามคาด! ใบไม้ไม่เหลือหลอให้สุดหล่อมาชม

อยากตรอมใจโดดสะพาน ทิ้งร่างลงในหุบเขาป่าหมดสี 5555 นี่คือมุมยอดฮิตกลางสะพาน Nakatsugawa ที่ป่าจะเปลี่ยนสีสวยไปทั่วหุบและมองเห็นยอดภูเขาไฟ Bandai เป็นฉากหลัก เหลือแค่นี้แหละความงาม แฮร่ กลับดีกว่า เรากินเที่ยงร้านตรงลานจอดรถแล้วก็วกรถกลับลงจากย้อนทางเดิมเพื่อไปต่อสู่ Bandaisan Gold Line

3 Lineแห่งเทือกเขา Bandai – Azuma

  • Bandai-Azuma Skyline Lake Line ระยะทาง 29 กิโล คดเคี้ยวไปบนแถบเขาสูง มีภูเขาไฟ Azuma-kofuji หรือฟูจิน้อยเป็นพระเอก เนื่องจากเป็นเส้นทางสายภูเขาสูง ใบไม้จะแดงก่อนที่ต่ำกว่า ทำให้ช่วงพีคสุดของ sky line จะอยู่ราวกลางตุลา
  • Bandai-Azuma Lake Line ระยะทาง 13 กิโล เส้นทางสายชมทะเลสาบ
  • และ Bandaisan Gold Line ระยะทาง 18 กิโล เส้นทางเลาะซ้ายภูเขาไฟ Mount Bandai

สามเส้นทางที่ควรเก็บให้ครบ แต่ทริปนี้เราคงต้องยกเว้น skyline เอาไว้ก่อน มันปิดไปแล้ว และจะเปิดใหม่อีกทีเมื่อหมดฤดูหนาว

 

 

Bandaisan Gold Line

โชดดีจัง เราได้พบกับความงามน่าตื่นตาที่ป่าทิ้งใบเหลือไว้ให้ชม  เมื่อเหลี่ยมเขาตรงนี้เผยกิ่งโกร๋นอวดทรงพุ่มที่ยังมียอดสีแดงเหมือนก้านธูป สวยจริงจังเลย สวยวัวตายควายล้ม ไม่เคยเห็นป่าแบบนี้มาก่อน

 

 

ยอดภูเขาไฟ Bandai ที่อยู่คู่ถนนสาย Gold line  เส้นนี้จะมีเทรลเดินขึ้นด้วย และยังเต็มไปด้วยสกีรีสอร์ท เข้าสู่ winter เมื่อไหร่จะต้องเป็นเส้นท่องเที่ยวที่คึกคักสุดๆ

ป่าสนที่ไม่ค่อยจะเปลี่ยนสียังทนเขียวไม่ไหวพากันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง เอ๊ะ หรือนี่เองที่มาของชื่อถนนสายนี้ Gold Line

 

ยิงยาวสู่ลุ่มแม่น้ำ Tadami

ลงจาก Gold Line ก็ม้วนเข้าทางด่วน Ban-Tsu Express Way (Toll road) บาสพาสข้ามเมืองไอสีวากามัตสึ วาบมาบนทางด่วนประมาณ 20 โล ออก Exit 8 (Yanaizu) สู่ทาวน์เล็กๆ ที่ชื่อ Yanaizu เมืองต้นกำเนิดตำนานวัวแดง Akabeko สัญลักษณ์ของจังหวัด Fukushima ที่ขึ้นชื่อ และวัดหนึ่งวัดที่เป็นตำนานของวัวแดงฝูงนี้

 

วัด Enzoji

Yanaizu, Yanaizu-machi, Kawanuma-gun, Fukushima-ken

 เรากะจะแวะวัดนี้ไม่นาน เพราะเวลาบังคับให้ต้องไปต่อ จะไปดักถ่ายรถไฟสายทาดามิที่จะข้ามแม่น้ำตรงจุดยอดฮิตที่วันนี้เหลืออีกแค่สองขบวนเท่านั้นก่อนฟ้าแล่นข้ามสะพานก่อนฟ้าจะมืด  แต่แล้วดูเอาเถอะ ใบไม้แดงเหล่านี้ตรึงเราไว้เป็นชั่วโมงจนไม่ทันถ่ายรถไฟ เราปล่อยเวลาไหลไปตามความงามตรงหน้า ตามคอนเซ็บขับปล่อยใจ

 

 

Tadami Line First Bridge

Mishima-machi, Ōnuma-gun, Fukushima-ken

จุดยอดฮิตไม่มาไม่ได้

จุดชมรถไฟวิ่งบนสะพานข้ามแม่น้ำทาดามิ ฮิตสุดอันดับหนึ่งที่ใครมาดินแดนไอสึแล้วต้องห้ามพลาด อยู่ห่างจากวัด Enzoji ประมาณ 9 กิโล ในเมืองเล็กๆ อีกเมืองที่ชื่อ Mishima จะมีรถไฟวิ่งผ่านวันละ 12 ขบวน นี่นับรวมหมดทั้งตารางเลยนะ เมื่อกี้เราพลาดไปขบวนหนึ่งแล้ว ตอนนี้เหลือโอกาสแก้ตัวอีกเพียงขบวนเดียวแข่งกับแสงตะวันที่จวนลับเหลี่ยมเขาอยู่มะรอมมะร่อ

เสียงรถไฟกระทบรางมาทางด้านซ้ายก้องไปทั้งหุบแม่น้ำ แล่นผ่านสะพาน 15:59 ตรงเวลาเป๊ะเว่อ เสียงชัดเตอร์ลั่นรัวๆ ไม่กี่ภาพก่อนรถไฟจะหายไปทางซีกขวา เย้ ถ่ายทัน รถไฟทาดามิข้ามแม่น้ำ และป่าเปลี่ยนสีที่พีคมาก

 

เดินกลับลงไปลานจอดรถ กับแสงสุดท้ายของวัน และป่าที่สวยกว่าปีที่แล้วที่มา ใช่แล้ว นี่คือการมาดักถ่ายรถไฟที่นี่เป็นปีที่สองติดกัน

 

Kawaragi Bridge สะพานรถยนต์ข้ามแม่น้ำทาดามิ มองเห็นอยู่ใกล้ๆ จากลานจอดรถ มองเห็นหมู่บ้านเล็กๆ ส่วนหนึ่งของ Mishima town เมืองเล็กน่ารักที่เราจองที่พักเรียวกังกันเอาไว้

 

และนี่คือที่พักคืนนี้ของเรา แถ่นแท้น ห่าง the first bridge มาเพียงสองกิโลเมตรกว่าเรียกว่าเดินมาเดี๋ยวๆ ก็ถึง แต่จะเดินทำไม เรามัน road trip นิ เรียวกังเล็กน่าพัก ในเมืองเล็กน่ารัก Old style Japanese House หลังนี้ไม่มีในเวปจองโรงแรมนะ ฝากเพื่อนไทยที่อยู่ญี่ปุ่นโทรจองให้

Oku-Aizu-Nonbiri Kan

https://okuaizunonbirikan4.wixsite.com/mysite

ดูรีวิวที่พักนี้ได้ที่ >> 7 ที่พัก ดินแดน Aizu

รวมระยะทางวันนี้ ขับไปอีก 85 โล แค่สองวันเราก็ขับผ่านมาแล้วหลายเมือง ขนาดขับแบบปล่อยๆ นะนี่

 

มีเรื่องสุดแสนประทับใจอีกครั้งหนึ่งเหมือนทุกๆครั้งที่มาญี่ปุ่น เรื่องราวความมีน้ำใจแบบสุดเซอร์ไพรส์ของคนญี่ปุ่น สำหรับเรื่องราวในครั้งนี้เป็นเรื่องราวของ…

กรรไกรเล็มขนจมูก!

เรื่องมีอยู่ว่า ที่มินิมาร์ทเล็กๆ เยื้องที่พัก ผมไปหาซื้อเครื่องดื่มขนมขบเคี้ยวตุนไว้ก่อนร้านจะปิด เพราะรู้ว่าเมืองเล็กๆ แบบนี้ร้านรวงคงปิดเร็วแน่นอน และก็พอดีรำคาญกับขนจมูกที่เริ่มยาวเซฟฟีแล้วความหล่อลดลง ก็เลยถามหากรรไกรเล็กๆ  แต่ทั้งร้านมีกรรไกรอยู่ไซค์เดียว ซึ่งมันใหญ่ไปหน่อย แต่ก็เอาวะ ตัดใจซื้อ ก็พอดีมีลูกค้าผู้หญิงอีกคนเห็นฉากการซื้อกรรไกรของผม ดูแวบเดียวก็คงรู้ว่าหนุ่มหล่ออย่างผมคนต่างถิ่นอย่างแน่นวล เลยตรงมาถามว่าพักที่ไหน ก็บอกแกไปว่าเยื้องๆ นี่เอง เรื่องราวก็เหมือนจะจบแค่นี้ แต่แล้ว!

กลับมาที่พักได้สักพัก ยายเจ้าของที่พักมาเคาะห้อง บอกว่ามีคนขอพบ!  ที่แท้คือน้องสาวคนนั้น แกแวะมาบอกว่าเจอกรรไกรเล็กจิ๋วแบบที่คุณต้องการแล้วนะ ให้ผมเอากรรไกรที่ซื้อมาตะกี๊ไปคืนได้บอกเจ้าของมินิมาร์ทรอไว้ให้แล้ว แกรอคืนเงินให้อยู่!! เฮ้ย ผมนี่อึ้ง เดินย้อนไปมินิมาร์ทพร้อมกันคืนกรรไกร แล้วรับเงินคือ จากนั้นแกก็บอกกลับไปรอที่พัก แล้วก็ปั่นจักรยานหายไปในความมืด สักห้านาทีจักรยานโผล่กลับมาอีกครั้ง แกกลับมาพร้อมกรรไกรเล็มขนจมูกอันเล็กๆ ในมือ พร้อมใบเสร็จ แกไปซื้อมาให้ ออกตังค์ไปก่อน ผมรีบจ่ายค่ากรรไกรพร้อมขอบอกขอบใจ แล้วบอกว่า โอ๊ยๆ นี่มันเป็นเรื่องราวที่สุดแสน amazing คนญี่ปุ่นน่ารักมากๆ คนญี่ปุ่นทำให้ผมประทับใจทุกครั้ง พวกคุณมีน้ำใจที่สุดยอด จากนั้นก็ขอเซลฟี่ร่วมกันเป็นที่ระลึก

 

อ่านต่อ ตอนที่ 2 >>   ขับปล่อยใจ กับ road trip Aizu in Fall season 2018 ตอน2

 

Reviewed by GoTravelน้ำฟ้าป่าเขา https://www.facebook.com/GoTravelNamfapakhao/

 

1

 likes / 0 Comments
Share this post:

Comments are closed.

Archives

> <
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec